ทะเลอารัล ทะเลสาบที่กำลังสูญหาย
ReadyPlanet.com


สอบถามราคารับซื้อรถผ่านทางไลน์


ทะเลอารัล ทะเลสาบที่กำลังสูญหาย
ทะเลอารัลเป็นทะเลปิดที่อยู่ในเอเชียกลาง อยู่ระหว่างประเทศคาซัคสถานกับสาธารณรัฐคาราคัลปัคสถานซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของประเทศอุซเบกิสถาน ปัจจุบันปริมาณน้ำในทะเลลดลงมากจนทะเลถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ทะเลอารัลเหนือ ทะเลอารัลใต้ส่วนตะวันออกและทะเลอารัลใต้ส่วนตะวันตก

ทะเลอารัลเป็นทะเลปิดที่อยู่ในเอเชียกลาง อยู่ระหว่างประเทศคาซัคสถานกับสาธารณรัฐคาราคัลปัคสถานซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของประเทศอุซเบกิสถาน ปัจจุบันปริมาณน้ำในทะเลลดลงมากจนทะเลถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ทะเลอารัลเหนือ ทะเลอารัลใต้ส่วนตะวันออกและทะเลอารัลใต้ส่วนตะวันตก
 
ครั้งหนึ่งทะเลอารัลมีพื้นที่ 68,000 ตารางกิโลเมตร และเป็นทะเลที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2503 ทะเลอารัลก็ลดขนาดลงเรื่อย ๆ เพราะแม่น้ำอามูดาร์ยาและแม่น้ำเซียร์ดาร์ยาที่นำน้ำมาสู่ทะเลโดนเปลี่ยนเส้นทางเพราะโครงการชลประทานของสหภาพโซเวียต ในปี พ.ศ. 2547 พื้นที่ทะเลลดลงเหลือร้อยละ 25 ของขนาดเดิม และมีค่าความเค็มมากกว่าเดิมถึง 5 เท่าซึ่งทำให้พืชและสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่ตายเสียส่วนใหญ่ ในปี พ.ศ. 2550 พื้นที่ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 10 ของขนาดเดิม และแยกตัวออกเป็นทะเลสาบสามส่วน ซึ่งสองในสามนั้นเค็มเกินไปที่ปลาจะอาศัยอยู่ได้ อุตสาหกรรมการประมงที่เคยเฟื่องฟูถูกทำลายลง เมืองประมงที่อยู่รอบ ๆ ชายฝั่งเดิมกลายสภาพเป็นสุสานเรือ และทำให้เกิดปัญหาการว่างงานและปัญหาเศรษฐกิจตามมา ชาวบ้านหลายหมื่นคน กลายเป็นคนว่างงาน เมือง Moynaq ที่เคยเป็นเมืองท่าสำหรับการจับปลากลายเป็นเมืองร้างที่เต็มไปด้วยสุสานเรือ นอกจากนี้ ผลจากการแห้งลงของผืนน้ำ ทำให้สภาพอากาศบริเวณใกล้เคียง มีความแปรปรวนมากขึ้น เกิดพายุทราย ชาวบ้านมีปัญหาสุขภาพเนื่องจากการหายใจเอาละอองทรายและเกลือเข้าไป นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องของสารพิษตกค้าง อันเนื่องมาจากการทำเกษตร และอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียง ทำให้ที่ราบลุ่มที่เกิดจากการแห้งขอดของน้ำนั้นอุดมไปด้วยเกลือและสารพิษ และส่วนของน้ำที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนั้นก็ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย

ครั้งหนึ่งทะเลอารัลมีพื้นที่ 68,000 ตารางกิโลเมตร และเป็นทะเลที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2503 ทะเลอารัลก็ลดขนาดลงเรื่อย ๆ เพราะแม่น้ำอามูดาร์ยาและแม่น้ำเซียร์ดาร์ยาที่นำน้ำมาสู่ทะเลโดนเปลี่ยนเส้นทางเพราะโครงการชลประทานของสหภาพโซเวียต ในปี พ.ศ. 2547 พื้นที่ทะเลลดลงเหลือร้อยละ 25 ของขนาดเดิม และมีค่าความเค็มมากกว่าเดิมถึง 5 เท่าซึ่งทำให้พืชและสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่ตายเสียส่วนใหญ่ ในปี พ.ศ. 2550 พื้นที่ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 10 ของขนาดเดิม และแยกตัวออกเป็นทะเลสาบสามส่วน ซึ่งสองในสามนั้นเค็มเกินไปที่ปลาจะอาศัยอยู่ได้[2] อุตสาหกรรมการประมงที่เคยเฟื่องฟูถูกทำลายลง เมืองประมงที่อยู่รอบ ๆ ชายฝั่งเดิมกลายสภาพเป็นสุสานเรือ และทำให้เกิดปัญหาการว่างงานและปัญหาเศรษฐกิจตามมา
ภาพถ่ายเปรียบเทียบทะเลอารัลในปี 1989 กับ 2008
เหตุการณ์ได้เริ่มขึ้น ใน พ.ศ. 2461 โดยรัฐบาลโซเวียตมีโครงการเปลี่ยนเส้นทางของแม่น้ำสองสายซึ่งหล่อเลี้ยงทะเลอารัล ได้แก่แม่น้ำอามูดาร์ยา ทางตอนใต้ และแม่น้ำซีร์ดาร์ยา ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างการชลประทานให้พื้นที่ทะเลทรายในการปลูกข้าว แตง ธัญพืช และฝ้าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของสหภาพโซเวียตเพื่อส่งเสริมให้ฝ้าย หรือ ทองคำสีขาว กลายเป็นสินค้าส่งออกหลัก โครงการนี้ทำให้ประเทศอุซเบกิสถานกลายเป็นผู้ส่งออกฝ้ายที่ใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

ใน พ.ศ. 2461 รัฐบาลโซเวียตมีโครงการเปลี่ยนเส้นทางของแม่น้ำสองสายซึ่งหล่อเลี้ยงทะเลอารัล ได้แก่แม่น้ำอามูดาร์ยา ทางตอนใต้ และแม่น้ำซีร์ดาร์ยา ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างการชลประทานให้พื้นที่ทะเลทรายในการปลูกข้าว แตง ธัญพืช และฝ้าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของสหภาพโซเวียตเพื่อส่งเสริมให้ฝ้าย หรือทองคำสีขาว กลายเป็นสินค้าส่งออกหลัก โครงการนี้ทำให้ประเทศอุซเบกิสถานกลายเป็นผู้ส่งออกฝ้ายที่ใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
 
การก่อสร้างคลองชลประทานเริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 2480 แต่คลองหลายสายถูกสร้างไม่ดี ทำให้สูญเสียน้ำจากการรั่วและระเหย มีการสูญเสียน้ำประมาณร้อยละ 30 ถึง 75 จากคลองคาราคัมซึ่งเป็นคลองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง ก่อนถึงปี 2500 น้ำประมาณ 20 ถึง 60 ลูกบาศก์กิโลเมตรไหลไปยังพื้นดินแทนที่จะไหลลงทะเล น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนเส้นทาง จนทำให้ทะเลอารัลเริ่มหดตัวในช่วงทศวรรษที่ 2500 ระหว่างปี 2504 ถึง 2513 ระดับน้ำทะเลลดลงเฉลี่ยปีละ 20 เซนติเมตร ในทศวรรษที่ 2510 ระดับเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 50 ถึง 60 เซนติเมตรต่อปี และในทศวรรษที่ 2520 น้ำในทะเลยิ่งลดลงเร็วขึ้น ที่อัตราเฉลี่ย 80 ถึง 90 เซนติเมตรต่อปี การใช้น้ำเพื่อการชลประทานก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน ปริมาณน้ำที่ถูกนำไปใช้จากแม่น้ำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2500 และ 2543 ในขณะที่ปริมาณการผลิตฝ้ายก็เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน อุตสาหกรรมประมงในทะเลอารัลต้องสูญหายไป ทั้งที่ในยุครุ่งเรืองเคยมีการจ้างงานกว่า 40,000 คน และจับปลาได้ถึงหนึ่งในหกของปลาทั้งหมดของสหภาพโซเวียต เช่นเดียวกับการจับหนูมัสแครตบริเวณปากแม่น้ำอามู ดาร์ยาและซีร์ดาร์ยา ซึ่งเคยผลิตขนได้ถึง 500,000 ตัวต่อปี

การหดตัวของทะเลอารัลไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของโซเวียต ในปี พ.ศ. 2507 อเล็กซานดร์ อซาริน แห่งสถาบันไฮโดรโปรเจกต์ ชี้ให้เห็นว่าทะเลสาบนี้ต้องถูกทำลายลงโดยอธิบายว่า "มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนห้าปีซึ่งอนุมัติโดยรัฐบาลแห่งสหภาพโซเวียต และโปลิตบูโร
 
จริงๆแล้วการหดตัวของทะเลอารัลนั้นไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของโซเวียต ในปี พ.ศ. 2507 อเล็กซานดร์ อซาริน แห่งสถาบันไฮโดรโปรเจกต์ ชี้ให้เห็นว่าทะเลสาบนี้ต้องถูกทำลายลงโดยอธิบายว่า "มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนห้าปีซึ่งอนุมัติโดยรัฐบาลแห่งสหภาพโซเวียต และโปลิตบูโร"

การก่อสร้างคลองชลประทานเริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 2480 แต่คลองหลายสายถูกสร้างไม่ดี ทำให้สูญเสียน้ำจากการรั่วและระเหย มีการสูญเสียน้ำประมาณร้อยละ 30 ถึง 75 จากคลองคาราคัมซึ่งเป็นคลองที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง ก่อนถึงปี 2500 น้ำประมาณ 20 ถึง 60 ลูกบาศก์กิโลเมตรไหลไปยังพื้นดินแทนที่จะไหลลงทะเล น้ำที่ไหลลงสู่ทะเลส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนเส้นทาง จนทำให้ทะเลอารัลเริ่มหดตัวในช่วงทศวรรษที่ 2500 ระหว่างปี 2504 ถึง 2513 ระดับน้ำทะเลลดลงเฉลี่ยปีละ 20 เซนติเมตร ในทศวรรษที่ 2510 ระดับเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 50 ถึง 60 เซนติเมตรต่อปี และในทศวรรษที่ 2520 น้ำในทะเลยิ่งลดลงเร็วขึ้น ที่อัตราเฉลี่ย 80 ถึง 90 เซนติเมตรต่อปี การใช้น้ำเพื่อการชลประทานก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน ปริมาณน้ำที่ถูกนำไปใช้จากแม่น้ำเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2500 และ 2543 ในขณะที่ปริมาณการผลิตฝ้ายก็เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน อุตสาหกรรมประมงในทะเลอารัลต้องสูญหายไป ทั้งที่ในยุครุ่งเรืองเคยมีการจ้างงานกว่า 40,000 คน และจับปลาได้ถึงหนึ่งในหกของปลาทั้งหมดของสหภาพโซเวียต เช่นเดียวกับการจับหนูมัสแครตบริเวณปากแม่น้ำอามู ดาร์ยาและซีร์ดาร์ยา ซึ่งเคยผลิตขนได้ถึง 500,000 ตัวต่อปี
 
ในปัจจุบันมีความพยายามที่จะปรับปรุงคุณภาพพื้นที่บริเวณทะเลอารัล และโดยรอบด้วยหลายวิธีด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการพยายามคืนสภาพให้ดังเดิม เช่น การปรับปรุงคุณภาพของคลองทดน้ำให้ดีขึ้น หรือว่าจะเป็นการทดน้ำจากแม่น้ำ Volga , Ob และ Irtysh รวมถึงทะเล Caspian ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาผืนดินโดยการปลูกพืชที่ช่วยลดความเค็มในดิน ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความลึกของน้ำเพิ่มขึ้นจาก 30 เมตรในปี 2003 ไปเป็น 42 เมตรในปี 2008 แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับบริเวณที่เป็นทะเลอารัลใต้ ตั้งอยู่ในประเทศอุซเบกิสถาน ซึ่งยากจนกว่านั้น ยังไร้อนาคตที่แน่นอน..


 aral sea ทะเลที่กำลังสูญหาย : รับซื้อรถ รับซื้อรถมือสอง รับซื้อรถทุกชนิด

aral sea ทะเลที่กำลังสูญหาย : รับซื้อรถ รับซื้อรถมือสอง รับซื้อรถทุกชนิด

aral sea ทะเลที่กำลังสูญหาย : รับซื้อรถ รับซื้อรถมือสอง รับซื้อรถทุกชนิด

aral sea ทะเลที่กำลังสูญหาย : รับซื้อรถ รับซื้อรถมือสอง รับซื้อรถทุกชนิด

aral sea ทะเลที่กำลังสูญหาย : รับซื้อรถ รับซื้อรถมือสอง รับซื้อรถทุกชนิด

aral sea ทะเลที่กำลังสูญหาย : รับซื้อรถ รับซื้อรถมือสอง รับซื้อรถทุกชนิด
 

ถึงแม้ว่า มนุษย์จะมีพลังในการควบคุมสิ่งต่างๆ ได้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม… แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า เมื่อจะกระทำการใดๆ ของผู้กระทำไปแล้ว จะต้องเตรียมตัวรับผลของการกระทำนั้นๆ ด้วยเช่นกัน สิ่งที่ทำโดยไปมิได้คำนึงถึงผลกระทบให้รอบด้านนั้น จะก่อให้เกิดผลร้ายตามมาซึ่งคาดการณ์ไม่ได้เลย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับ ทะเลอารัล แห่งนี้ั.....
 
ที่มา travel mthai และ wikipedia เรียบเรียงโดย KSB Used Car

 




เก็บมาฝาก

ท่องเที่ยว 9 สถานที่ ศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า
ทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เมืองฮัลล์ชตัทท์ (Hallstatt) เมืองริมทะเลสาบที่สวยติดอับดับโลก
มารู้จักกับ 8 มรดกโลกแห่งใหม่ที่อยู่ในเอเซียกัน
จางเจียเจี้ย หุบเขาแพนดอร่าแห่งอวตาร
อาร์เมเนีย ดินแดนอารามในหุบเขา
คอสตาริกา ทะเลสวยงาม สวรรค์ของนักโต้คลื่น
ไบคาล ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก
คัปปาโดเจีย นครใต้พิภพ!
อูราล แคว้นแห่งเทือกเขา และที่สุดท้ายของโรมานอฟ
อุกกาบาตระเบิดเหนือฟ้ารัสเซีย
ดาวพุธก็มีน้ำแข็ง
กาลครั้งหนึ่ง โลกอาจเคยมีดวงจันทร์สองดวง
มหัศจรรย์ เบอร์มิวด้า มากกว่าปริศนาสามเหลี่ยม
เกาะโอกะชิมะ ภูเขาไฟซ้อนภูเขาไฟ
เจิ้งเหอ แม่ทัพเรือผู้ยิ่งใหญ่
ภาพสวยๆจากฮับเบิล
พายุสุริยะจะทำให้โลกแตกจริงเหรอ???
โลกสวยๆยามค่ำคืน
เทวรูปโบราณที่ “นาซี” พบทำมาจาก “อุกกาบาต”
ขนหินก้อนใหญ่มากมายไปสร้าง “นครวัด” ได้อย่างไร?
ดาวเบเทลจุสจะระเบิด จริงหรือ?
3 x 8 = ????????
แง่คิดดีๆในการใช้ชีวิต



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล