ฟิล์มกรองแสง พ่นกันสนิม เคลือบสี : KSB Used Car รับซื้อรถมือสอง รถยนต์มือสองทุกชนิด
ReadyPlanet.com


สอบถามราคารับซื้อรถผ่านทางไลน์


ฟิล์มกรองแสง พ่นกันสนิม เคลือบสี

ฟิล์มกรองแสงปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ทั้งยี่ห้อ ราคา และคุณภาพ อย่าเดาคุณภาพจากราคา เพราะบางยี่ห้อมีการปั่นราคาเกินจริง บางยี่ห้อราคาถูกกว่า แต่คุณภาพทัดเทียมหรือดีกว่ายี่ห้อที่แพงกว่า ในการซื้อรถใหม่ ส่วนใหญ่มักแถมมากับรถ โดยอ้างว่าเป็นยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ ซึ่งยากจะพิสูจน์และต้องทำใจ เพราะไม่สามารถไปเฝ้าตอนที่ช่างติดตั้งได้ ใบรับประกันจะให้มายังไงก็ได้ ยากที่จะพิสูจน์ว่าฟิล์มเป็นยี่ห้อตามที่ตกลงไว้หรือไม่ ถ้ากังวลก็ไม่ต้องเลือกฟิล์มกรองแสงเป็นของแถม
       
       ฟิล์มกรองแสงส่วนใหญ่ จะมียี่ห้อบนแผ่นใสที่ประกบอยู่กับตัวฟิล์มซึ่งต้องถูกลอกออกก่อนติด หรือบางยี่ห้อจะเป็นสีที่ลบได้ด้วยแอลกอฮอล์อยู่บนเนื้อฟิล์มด้านผิว
       
       ฟิล์มกรองแสงมี 2 คุณสมบัติหลัก คือ
       1. ความเข้ม หรือความทึบแสง ซึ่งมีผลต่อการกรองแสง
       2. การกรองรังสีความร้อน

       
       .........สรุปง่ายๆ ก็คือ การกรองแสง กับกรองความร้อน.......ฟิล์มสีเข้มกรองแสงดี มองทะลุยาก แต่อาจจะกรองรังสียูวีและความร้อนไม่ดีก็เป็นได้ ส่วนฟิล์มสีอ่อนหรือใสมองทะลุง่าย ก็อาจกรองรังสีและความร้อนได้ดีกว่าก็มี อย่าคิดว่าฟิล์มสีทึบจะต้องกรองความร้อนได้ดีเสมอไป
       
       ปัจจุบันกฎหมายยังกำหนดว่าห้ามติดฟิล์มเกิน 1/4 ส่วนของกระจกหน้า นับจากขอบบนสุด ดังนั้นถ้าติดแบบเต็มบานหน้า ตำรวจก็สามารถเอาผิดได้เสมอ ตอนนี้ราชการเริ่มจริงจังกับฟิล์มฉาบปรอท เริ่มยกกฎหมายเดิมมาบังคับใช้ไม่ใช่ตั้งกฎหมายใหม่ขึ้นมา ถ้าฉาบเพียงบางๆ มีการสะท้อนแสงบ้าง อาจจะได้รับการอนุโลมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ถ้าสะท้อนมากก็ผิดกฎหมายตอนนี้ตำรวจเริ่มจับกุมรถที่ติดฟิล์มกรองแสงแบบปรอทหรือสะท้อนแสงแล้ว
       
       ฟิล์มกรองแสง จำเป็นสำหรับเมืองร้อนอย่างไทย แต่ต้องเลือกติดฟิล์มที่คุ้มค่าราคาสมเหตุสมผล และต้องไม่สะท้อนมากเกินไป ที่สำคัญ คือ ต้องมีการรับประกันคุณภาพอย่างชัดเจนทั้งเงื่อนไขและเวลา
       

       พ่นกันสนิม
       

       ส่วนมากจะมีแถมมาให้ตอนซื้อรถใหม่ หรือจะพ่นเองก็แล้วแต่ มีราคาที่แตกต่างกันในสารพัดยี่ห้อซึ่งราคาที่แพงกว่าอาจไม่ใช่เพราะคุณภาพดีกว่า แต่เป็นเพราะการสร้างความน่าเชื่อถือและภาพพจน์
       
       รถใหม่ทุกรุ่นในปัจจุบัน หรือแม้แต่ในรุ่นที่ออกใหม่เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว แม้มีราคาคันละไม่กี่แสนบาท แต่ก็มีการชุบสารป้องกันสนิมให้ทนทานไม่ต่ำกว่า 10 ปี สังเกตได้จากรถรุ่นปี 1993 ที่ใช้มาถึงปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ยังไม่เคยตัดผุ มีแค่เคยทำหรือซ่อมสีเท่านั้นบางยี่ห้อถึงกับประกาศการรับประกันอย่างชัดเจนว่ารับประกันปลอดสนิม 10 ปี
       
       ดังนั้นถึงจะไม่พ่นกันสนิมเพิ่มเติม ชิ้นส่วนของรถก็มีความทนทานต่อสนิมได้นานประมาณนั้นอยู่แล้ว ดูอย่างรถปี 1994 ในปี 2004 นี้ ก็ยังแทบไม่เห็นว่ามีการผุจนต้องซ่อมแซม
       
       ถ้าจะใช้งานไม่เกิน 10 ปีแล้วคิดจะขายต่อ ก็ไม่จำเป็นต้องพ่นเพิ่ม แต่ถ้าคิดว่าจะใช้เกินนั้นมาก การพ่นกันสนิมเพิ่มเติมจะช่วยยืดอายุของตัวถังได้บ้าง รวมถึงการใช้งานในแถบริมทะเล ก็ช่วยป้องกันได้มากขึ้นกว่าการชุบกันสนิมจากโรงงาน

       
       การพ่นกันสนิม เสมือนเป็นเกราะชั้นที่ 2 เหมือนใส่สูททับเสื้อเชิร์ต ไม่มีข้อเสียใดๆ นอกจากเสียเงิน มีแต่ดีขึ้นกับเสมอตัว ดังนั้นจึงไม่ควรเลือกทำยี่ห้อที่ราคาแพงเกินไป เพราะจะสิ้นเปลืองอย่างไม่คุ้มค่า
       
       ก่อนนำรถไปพ่นกันสนิม ต้องศึกษารายละเอียดว่าต้องมีการเจาะตัวรถในตำแหน่งที่น่าเกลียดหรือไม่ การดูแลในครั้งต่อเนื่องไปมีกำหนดและเงื่อนไขการจ่ายเงินซ้ำคุ้มค่าหรือไม่ก่อนตัดสินใจทำ และถ้าไม่พ่นกันสนิมเพิ่ม ก็ไม่ต้องกังวลอะไรเพราะรถยุคใหม่ชุบสารกันสนิมมาจากโรงงาน ล้วนทนได้เป็น 10 ปี
       
       การเคลือบสี
       

       แม้โรงงานผลิตรถ จะมีการพ่นสีและเคลือบแล็คเกอร์ให้เงางามและทนทานมาแล้ว ถ้าไม่ได้จริงจังกับความเงางาม ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะสีสวยได้เป็นหลายปีแน่ๆ แต่การเคลือบสี ก็ช่วยให้สีรถยุคใหม่ทนทานขึ้นไปอีก อาจถึง 10 ปีหากมีการดูแลรักษาที่ดี ไม่จำเป็นต้องเคลือบสีบ่อย แต่ทำแล้วมีแต่ดีขึ้นกับเสมอตัว ไม่แย่ลงแน่
       

       เป็นความจริงที่การเคลือบสีเป็นการเพิ่มความเงางาม และเสริมความทนทานให้กับสี แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่า น้ำยาเคลือบสียี่ห้อใดดีและคุ้มค่า เพราะต้องเลือกด้วยตนเอง ทั้งความเงางาม เงื่อนไขต่อเนื่อง และราคา เช่นเดียวกับฟิล์มกรองแสงและการพ่นกันสนิม คือ แพงแล้วไม่จำเป็นต้องดีกว่าเสมอไป หลายยี่ห้อแพงเพราะปั่นราคาสร้างความน่าเชื่อถือได้สำเร็จ
       
       แม้บางคนจะดูว่าการเคลือบสีเปล่าประโยชน์ เพราะสีที่พ่นมาจากโรงงานมีความเงางามและทนทานเพียงพออยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง หากเลือกใช้น้ำยาเคลือบที่มีคุณภาพดีสักนิด ก็สามารถเพิ่มความเงางามได้ ส่วนจะต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหนก็แล้วแต่คุณภาพของน้ำยา และมักจะเพิ่มความทนทานให้กับสีได้บ้าง รวมถึงมีบางรายที่เป็นการปรับสภาพสี ไม่ใช่การเคลือบสีออกมาบริการด้วยคุณภาพที่ดี
       
       หากใครสนใจความสวยงามของรถ เห็นสีรถคันโปรดเงางามแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ แต่อย่าให้แพงจนเกินไป และอย่าลืมว่า สามารถเลือกได้ระหว่างการรับบริการเคลือบในราคาแพง กับซื้อน้ำยามาเคลือบเองในราคาถูกกว่า
       

โดย วรพล  สิงห์เขียวพงษ์ ASTVผู้จัดการออนไลน์




สาระน่ารู้ด้านยานยนต์

การขายดาวน์รถคืออะไร ทำอย่างไรให้ปลอดภัย
ซื้อรถยังไงไม่ให้โดนหลอก ( 4 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 3 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 2 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 1 )
ขับรถอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง
วิธีขัดคราบสกปรกออกจากเบาะหนัง
โคมไฟหน้าเหลืองแก้ได้ไม่ยาก
ปัญหาของระบบเบรกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้
น้ำมันเครื่อง เรื่องง่ายๆแต่สำคัญ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล