รวมพฤติกรรมผิดๆ ของผู้ใช้รถ : KSB Used Car รับซื้อรถมือสอง รถยนต์มือสองทุกชนิด
ReadyPlanet.com


สอบถามราคารับซื้อรถผ่านทางไลน์


รวมพฤติกรรมผิดๆ ของผู้ใช้รถ

รวมพฤติกรรมผิดๆ ของผู้ใช้รถ ซึ่งอาจส่งผลเสียกับรถยนต์ทันทีหรือแสดงผลในภายหลังส่วนใหญ่เกิดจากความเข้าใจผิด โดยเฉพาะในเรื่องต่อไปนี้

 ผิด1. "สตาร์ทแล้วออกรถได้เลยไม่ต้องอุ่นเครื่อง"

ที่ถูกคือ....อุ่นเครื่องยนต์สักหน่อยก่อนออกรถจะดีกว่า
เมื่อเครื่องยนต์ทำงานขณะที่ยัง"เย็น" อยู่ เช่น ขณะออกรถจากบ้านไปทำงานตอนเช้า
หรือติดเครื่องยนต์เมื่องานเลิกเพื่อกลับบ้านไอของเชื้อเพลิงที่เข้มข้นจะเกาะผนังกระบอกสูบ
และละลายปนกับฟีล์มน้ำมันเครื่องที่ฉาบผนังอยู่ทำให้การหล่อลื่นแหวนลูกสูบกับผนังกระบอกสูบไม่เพียงพอ สร้างความสึกหรอใน
เครื่องยนต์มากกว่าปกติ
นอกจากนี้ทั้งเชื้อเพลิงที่ระเหยไม่หมดและไอน้ำที่เกิดจากการเผาไหม้ขณะเครื่องยังเย็นนี้
ยังละลายปนอยู่ในน้ำมันเครื่องทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย
 
ผิด2. "รถใหม่สมัยนี้ ไม่ต้อง รันอิน"
ที่ถูกคือ....รถใหม่ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ต้องรันอิน
รถรุ่นใหม่ๆ แม้จะมีการควบคุมคุณภาพอย่างดีแล้วก็ตามแต่เครื่องยนต์ใหม่ควรต้องผ่านการรันอิน
และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสักครั้งก่อนที่จะใช้งานอย่างเต็มที่เพราะเศษโลหะที่ตกค้างอยู่ในระบบจะได้ถูกชะล้างออกไป
การรันอินนั้นทำได้ไม่ยาก โดยในช่วง1,000 กม. แรก ไม่เร่งเครื่องยนต์อย่างรุนแรง
หรือใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงมากๆ ถ้าใช้รอบเครื่องไม่เกิน3,000 รตน. ได้ก็จะดี
และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด พูดถึงเรื่องนี้เคยมีผู้ใช้รถบางคน
ไม่นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเชค โดยให้เหตุผลว่า เสียเวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทำที่ไหนก็ได้
อย่างนี้"น่าเสียดาย" แทนจริงๆเพราะถ้าเกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์จะเรียกร้องเอากับใคร
 
ผิด3. "ยกขาก้านปัดน้ำฝนขณะจอดช่วยยืดอายุใบปัด"
ที่ถูกคือ....สปริงในก้านที่ปัดน้ำฝนจะอ่อนและเสียเร็วขึ้น
ส่วนสำคัญที่ทำให้ที่ปัดน้ำฝนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพประกอบด้วยใบปัด
แผ่นยางซึ่งทำหน้าที่รีดน้ำจากกระจกบังลมหน้าปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ1 ปี
หากใช้นานกว่านั้นเนื้อยางจะแข็งตัวหรือมีการฉีกขาดไม่ว่าจะยกไว้หรือไม่ก็ตาม
อีกส่วนคือ ก้านใบปัด ที่มีสปริงคอยดึงให้ใบปัดแนบสนิทกับกระจกซึ่งรับแรงจากคันโยก และมอเตอร์
ตัวนี้มีราคาสูงกว่าใบปัด การยกก้านเมื่อจอดตากแดดสปริงจะถูกดึงให้ยืดออกตลอดเวลา
อายุการใช้งานสั้นลงทำให้ต้องจ่ายแพงกว่าเดิมหลายเท่าถ้าต้องเปลี่ยนทั้งชุด
 
ผิด4. "รถติดไฟแดงค้างเกียร์D ไว้ดีกว่าเปลี่ยนเกียร์ว่าง"
ที่ถูกคือ....หยุดรถก็โอเคแต่ถ้าติดไฟแดงนานก็ต้องระวังชนคันหน้า
ในกรณีรถติดไฟแดง ผู้ขับรถที่ใช้เกียร์ธรรมดาจะปลดเกียร์ว่างและเหยียบเบรคป้องกันรถไหล
คงจะไม่มีใครเหยียบคลัทช์ และเบรค ใส่เกียร์คาไว้ ให้เมื้อยขาขณะที่ผู้ขับรถเกียร์อัตโนมัติ
กลับมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน กลุ่มแรกเหยียบเบรคโดยค้างเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง"D" กลุ่มที่2
เบรคเหมือนกัน แต่เลื่อนตำแหน่งคันเกียร์มาที่เกียร์ว่าง"N" กลุ่มสุดท้าย ดันคันเกียร์มาอยู่ที่"P"
ไม่เหยียบเบรค
ถ้าติดไฟแดงนานๆ กลุ่มแรก ต้องระวังมากที่สุดเพราะถ้าขยับตัวแล้วเท้าหลุดจากแป้นเบรค
รถอาจพุ่งไปชนคันหน้า กลุ่มที่2 เบาหน่อยแค่เมื่อยส่วนกลุ่มสุดท้าย สบายใจได้
แต่อาจจะไม่สะดวกกับการใช้งาน วิธีดีที่สุด คือ ใช้เกียร์ว่างและดึงเบรคมือ
 
ผิด5. "เดินทางไกลลมยางอ่อนดีกว่าแข็ง"
ที่ถูกคือ....ลมน้อย ยางมีโอกาสระเบิดได้มาก
คู่มือการใช้และดูแลรักษายางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นค่ายไหนก็แนะนำตรงกันว่า
ผู้ใช้รถควรเติมลมยางตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้และให้เพิ่มแรงดันลมยางให้สูงขึ้นอีก2-
3 ปอนด์เมื่อต้องเดินทางไกล
ลมยางที่อ่อนกว่ามาตรฐานกำหนดนอกจากจะทำให้หน้ายางด้านนอกสึกมากกว่าด้านในแล้ว
ยังอาจส่งผลเสียกับโครงสร้างยางได้ และมีโอกาสเกิด"ยางระเบิด"
มากกว่าหรือใกล้เคียงกับยางที่มีแรงดันลมยางเกินกำหนด
เพราะอุณหภูมิความร้อนที่เกิดจากการเสียดสี
 
ผิด6. "ฝนตกใส่ขับ4 ล้อเกาะกว่า...2 ล้อ"
ที่ถูกคือ....อย่าใช้ระบบขับเคลื่อนผิดประเภทจะได้ไม่ต้องเสียใจ
ระบบขับเคลื่อน4 ล้อนั้นอาจจะช่วยให้รถเกาะถนนมากกว่าระบบขับเคลื่อน2 ล้อ
แต่สำหรับรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อน4 ล้อแบบพาร์ทไทม์หรือ"ตามต้องการ" ในรถพิคอัพ หรือพีพีวี
ที่มีชุดส่งกำลังแยกเพื่อส่งกำลังไปยังล้อหน้ากำลังจากล้อหลังจะถูกแบ่งมายังล้อหน้า อาการท้ายปัด
หรือล้อหลังฟรีก็จะน้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกาะถนนดีเมื่อต้องเลี้ยวในความเร็วสูง
ล้อหน้าที่ถูกลอคให้หมุนจะเลี้ยวได้น้อยลงทำให้ต้องใช้วงเลี้ยวที่กว้างขึ้น
จึงมีรถประเภทนี้หลุดโค้งให้เห็นกันเป็นประจำ
ระบบขับเคลื่อน4 ล้อแบบพาร์ทไทม์มีไว้เพื่อช่วยให้รถสามารถผ่านทางทุรกันดานได้ง่ายขึ้น
ต่างกับพวกที่เป็นฟูลล์ไทม์หรือ"ตลอดเวลา" ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการยึดเกาะถนน
 
ผิด7. "ตั้งศูนย์ล้อหน้าอย่างเดียวก็พอ"
ที่ถูกคือ....ทุกล้อมีความสำคัญ ตั้งศูนย์ล้อควรทำทั้ง4 ล้อ
เชื่อหรือไม่ว่า ศูนย์ล้อหลังมีความสำคัญพอๆ กับศูนย์ล้อหน้าหรืออาจจะมากกว่า
เพราะมุมที่ล้อหลังเอียงไปเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้รถเสียสมดุลเมื่อเบรค หรือเลี้ยว
และทำให้รถเลี้ยวไปมากกว่าที่คิด
รถยนต์ส่วนใหญ่จะปรับตั้งศูนย์ล้อได้หน้า/หลังยกเว้นรถขับเคลื่อนหน้าบางรุ่นที่ปรับได้แต่เฉพาะล้อหน้าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตั้ง
ศูนย์ล้อหลัง ก็ต้องทำใจ
 
ผิด8. "ต้องเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเวลาข้ามแยก"
ที่ถูกคือ....เวลาข้ามแยก รอให้รถว่างและไม่ควรเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน
ถ้าคุณเปิดไฟฉุกเฉิน รถทั้งด้านซ้าย/ขวา ต่างก็จะเห็นสัญญาณไฟเลี้ยวเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น
รถทางขวาอาจจะจอดให้ไปแต่สำหรับทางซ้ายอาจคิดว่าคุณจะเลี้ยวซ้ายจึงไม่หยุดให้ อุบัติเหตุ
จึงเกิดขึ้น ด้วยความเข้าใจผิดจากการใช้สัญญาณไฟแบบผิดที่...ผิดทาง
 
ผิด9. "ฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัดต้องเปิดไฟฉุกเฉิน"
ที่ถูกคือ....อาจสร้างความสับสนให้ผู้ร่วมทางไฟฉุกเฉินใช้เวลาจอดฉุกเฉิน
ในสภาพอากาศที่ไม่ดี และมีทัศนวิสัยแย่มาก จนมองแทบไม่เห็นรถคันหน้าการชะลอความเร็ว
เปิดไฟหน้า และทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้นเป็นสิ่งที่ควรทำ
แต่การใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินทำให้ที่วิ่งสวนทางมาเข้าใจผิดคิดว่ามีรถจอดเสียอยู่ทางซ้ายริมถนน
และหักหลบไปทางขวา ซึ่งเป็นไหลทาง กว่าจะเห็นอาจจะสายเกินไปไม่ลงไปข้างทางก็อาจพุ่งข้ามช่องทางมาชน หรือถ้าหยุดรถก็
ขวางทาง และเกิดอุบัติเหตุ
การใช้ สัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือไฟผ่าหมาก ควรใช้เฉพาะเวลาที่รถเสียและต้องจอดอยู่ริมถนน
เพื่อบอกให้เพื่อนร่วมทางที่สัญจรผ่านไปมา ใช้ความระมัดระวังและชะลอความเร็วในจุดที่รถจอดเสียอยู่
 
ผิด10. "ผ้าเบรคแข็ง หรือ ผ้าเบรคเนื้อแข็ง ไม่ดี"
ที่ถูกคือ....ไม่แน่เสมอไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ
ความเข้าใจผิดๆ เรื่อง"ผ้าเบรค" ที่ว่าผ้าเบรคอ่อนดีกว่าแข็ง
เกิดจากบรรดาช่างซ่อมรถที่ไม่ได้อธิบายให้เจ้าของรถเข้าใจ
การผสมเนื้อผ้าเบรคให้ใช้งานได้ดี เป็นศาสตร์ชั้นสูงใช้วัสดุนานาชนิด และมีสัดส่วนที่แตกต่างกัน
ซึ่งจะมีผลต่อคุณสมบัติของผ้าเบรค และมักจะขัดแย้งกันเองถ้าเน้นข้อดีข้อใดขึ้นมา
ก็มักจะมีข้ออื่นด้อยลงไป เช่น การใช้ส่วนผสมที่เบรคหยุดดีก็จะกินเนื้อจานเบรคมาก หรือร้อนจัด
หรือไม่เนื้อผ้าเบรคก็สึกเร็ว พอทำให้สึกช้า ก็แข็ง เบรคไม่ค่อยอยู่หรือมีเสียงรบกวน ส่วนผ้าเบรค
"เนื้ออ่อน" ที่มีจุดเด่นเรื่องไม่กัดกินเนื้อจานเบรคก็จะมีข้อด้อยตรงจุดอื่น
 
ผิด11. "เอนนอนขับแบบนักแข่ง...สบายที่สุด"
ที่ถูกคือ....นั่งขับแบบไม่ต้องชะเง้อ จะได้ไม่เมื่อยและไม่อันตราย
ท่าขับแบบนักแข่ง ตัวจริง ต่างกับการปรับเบาะเอนนอนขับมาก
การนั่งท่านี้จะรู้สึกว่าจะหลุดจากเบาะนั่งทุกครั้งที่เบรคแรงๆแขนที่เหยียดตึงตลอดเวลา
นอกจากจะทำให้เมื่อยล้า ยังต้องยกตัวขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลี้ยวเพราะไม่มีแรงหมุนพวงมาลัย
และมองทางข้างหน้าไม่เห็น เช่นเดียวกับเวลาถอยหลังจอดสายเข็มขัดนิรภัยที่อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าการนั่งขับแบบปกติ อาจจะรั้งคอ
แทนที่จะเป็นไหล เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ท่านั่งที่ถูกต้องเอาหลังพิงพนักจนสนิทแล้วเหยียดแขนข้างใดข้างหนึ่ง
ไปวางบนส่วนบนสุดของพวงมาลัยแล้ว ตรงกับข้อมือขาต้องสามารถเหยียบแป้นคลัทช์จนจม
โดยไม่ต้องเหยียดข้อเท้าสุดแบบนักบัลเลท์ส่วนใต้ของขาอ่อนดันกับเบาะนั่งส่วนหน้า
จนรู้สึกว่าน้ำหนักตัวที่ลงตรงสะโพกพอดีและยังสัมผัสกับพนักพิง
 
ผิด12. "นั่งชิดพวงมาลัยเพื่อให้มองเห็นหน้ารถ"
ที่ถูกคือ....อันตราย ตัวอาจกระแทกกับพวงมาลัยบาดเจ็บ
ผู้ที่นั่งใกล้พวงมาลัยเกินไปมักเป็นผู้ที่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับรถนัก
และได้รับการสอนท่านั่งมาแบบผิดๆ ลำตัวที่อยู่ชิดกับพวงมาลัย
นอกจากจะทำให้หมุนพวงมาลัยไม่ถนัดเพราะแขนงอมากเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงให้แก่ตัวผู้ขับ
ที่อาจจะบาดเจ็บจากการที่ลำตัวกระแทกกับพวงมาลัยและแรงระเบิดจากถุงลมนิรภัย
 
ผิด13. "สอดมือหมุนพวงมาลัยถนัด เบาแรง และปลอดภัย"
ที่ถูกคือ....ไม่ถนัดจริง และอันตรายไม่ควรทำ
การหงายมือล้วงหรือสอดมือจับพวงมาลัย เพื่อเลี้ยวรถเป็นการออกแรงดึงเข้าหาตัว
จึงทำให้รู้สึกว่าออกแรงน้อยกว่าการจับแบบคว่ำมือหมุนแต่การทำแบบนั้นมี"อันตราย" มาก
ถ้าหากล้อหน้าเกิดสะดุดก้อนหิน และเกิดมือหลุดจากพวงมาลัยดึงมือออกมาไม่ทันก้านพวงมาลัยจะตีมืออย่างแรง
การจับพวงมาลัยที่ถูกต้องควรจับในตำแหน่ง3 และ9 นาฬิกา ซึ่งแขนจะงออยู่เล็กน้อย
และเพียงพอที่หมุนพวงมาลัยได้จนครบรอบเมื่อต้องเลี้ยวรถมากกว่าหนึ่งรอบ
จะปล่อยมือที่อยู่ด้านหลัง เพื่อมาจับในตำแหน่งเดิมโดยทำในลักษณะนี้ทั้งเลี้ยวซ้าย/ขวา
 
ผิด14. "เกียร์ ซีวีที ขับยากและกินน้ำมันกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไป"
ที่ถูกคือ....ขับง่ายและประหยัดน้ำมันกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไป
การไม่สามารถเข้าใจเหตุผล ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ ผู้ที่ขับรถใช้เกียร์ซีวีที
บอกว่าขับแล้วรู้สึกเหมือนขับรถที่เกียร์ หรือระบบขับเคลื่อน"มีปัญหา" ให้ความรู้สึกที่ไม่ดี
โดยเฉพาะตอนที่ขับด้วยความเร็วคงที่แล้วกดคันเร่งเพิ่มเกียร์จะเลือกอัตราทดที่เหมาะ
ทำให้ความเร็วเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นทันที แต่ความเร็วรถยังเท่าเดิมให้ความรู้สึกเหมือนรถคลัทช์ลื่น
การขับแบบประหยัดเชื้อเพลิงให้เหยียบคันเร่งไม่ลึกนักขณะออกรถและรักษาระยะที่เหยียบไว้
ช่วงแรกเครื่องยนต์จะส่งกำลังผ่านทอร์คคอนเวอร์เตอร์พอล้อรถหมุนเร็วพอสมควร
และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากทอร์คคอนเวอร์เตอร์แล้วระบบต่อตรงส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังจานทรงกรวยตัวขับก็จะทำงาน
จากนั้นระบบควบคุมจะลดระยะห่างของจานทรงกรวยคู่ที่เป็นตัวขับเป็นการลดอัตราทด เพื่อเพิ่มความเร็วรถ โดยที่ความเร็วของเครื่องยนต์
ค่อนข้างคงที่ ยกตัวอย่างเช่น ประมาณ1,800 รตน. ความเร็วจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเดียวกับที่อัตราทดของเกียร์ลดลงจนได้ความเร็วประมาณ
60-70 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วสูงสุดของการเหยียบคันเร่งของเราเท่านี้ เยี่ยมไหมครับ?
 
ผิด15. "ต้องเปลี่ยนไส้กรองทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง"
ที่ถูกคือ....ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกครั้งแต่ถ้าเปลี่ยนได้ก็ดี
ผู้ผลิตรถยนต์จากยุโรปแนะนำให้เปลี่ยนพร้อมกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกครั้ง
แต่โรงงานผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่น จำนวนไม่น้อย แนะนำให้เปลี่ยนไส้กรองหรือหม้อกรองทุกๆ ครั้งที่2
ของการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
ถ้าคำนึงถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่องยุคปัจจุบันแล้วน้ำมันเครื่องหมดอายุแล้ว
ในหม้อกรองน้ำมันเครื่องจำนวนหนึ่งปนเปื้อนไม่ถึงกับให้โทษในด้านการหล่อลื่นหรือทำความสะอาดภายในเครื่องยนต์ แต่เมื่อ
คำนึงถึงราคาหม้อกรอง หรือไส้กรองซึ่งถูกกว่าราคาน้ำมันเครื่องแล้ว
ควรเปลี่ยนทุกครั้งเพื่อให้น้ำมันเครื่องสะอาดที่สุดและทำหน้าที่รักษาเครื่องยนต์ของเราจะดีกว่า
 
ผิด16. "ควรเติม หัวเชื้อน้ำมันเครื่องเพื่อถนอมเครื่องยนต์"
ที่ถูกคือ....อาจจะหนืดไป แค่ใช้น้ำมันเครื่องดี มีคุณภาพก็เพียงพอแล้ว
เราแบ่งหัวเชื้อน้ำมันเครื่องได้เป็น2 ประเภท คือ ประเภทที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของน้ำมันเครื่อง
และประเภทที่ช่วยเพิ่มความหนืดของน้ำมันเครื่องน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงในปัจจุบันมีส่วนผสมของสารต่างๆ อยู่ในปริมาณและสัดส่วน
ที่เหมาะสมจึงไม่ควรใส่สารอื่นเข้าไปทำลายสัดส่วนสารเคมีเหล่านี้ให้เสียสมดุลและกลับให้โทษแก่เครื่องยนต์ ประเภทแรกจึงไม่จำเป็น
ส่วนหัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่ช่วยเพิ่มความหนืด
อาจช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์ที่หมดสภาพแล้วได้บ้าง
แต่เมื่อคำนึงถึงราคาแล้ว ก็ไม่น่าจะช่วยประหยัดได้และเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วย
วิธีที่ถูกต้องคือ การซ้อมใหญ่ หรือ โอเวอร์ฮอลเพื่อให้เครื่องยนต์กลับคืนสู่สภาพดีปกติ
 
ผิด17. "เติมน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงปนกับน้ำมันเครื่องทั่วไปจะได้คุณสมบัติที่ดีขึ้น"
ที่ถูกคือ....การผสมไม่ได้ช่วยให้คุณภาพดีขึ้นใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพมาตรฐานจะดีกว่า
การนำน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงสุดสักครึ่งลิตรมาผสมกับน้ำมันเครื่องคุณภาพปานกลาง
ก็ไม่สามารถเพิ่มคุณภาพขึ้นมาได้เอาเงินส่วนนี้ไปทำประโยชน์ส่วนอื่นจะดีกว่า
เช่นเดียวกับการเอาน้ำมันเครื่องคุณภาพต่ำมาเติมผสมลงไปน้ำมันเครื่องชั้นดีราคาสูง
ซึ่งจะทำให้ส่วนผสมของสารเพิ่มคุณภาพในน้ำมันเครื่องเสียสมดุลไป
เท่ากับน้ำมันเครื่องทั้งหมดคุณภาพต่ำไป
การเติมน้ำมันเครื่องใหม่เมื่อน้ำมันเครื่องเดิมใกล้จะถึงกำหนดเปลี่ยนถ่ายนั้น
ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเพราะไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไปเพื่อแลกกับการใช้งานเพียงระยะสั้น
ทางที่ดีเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเลยจะคุ้มกว่า
 
ผิด18. "ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ทุกๆ5,000 กม."
ที่ถูกคือ....ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำมันเครื่องและความต้องการของเครื่องยนต์
ผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายกำหนดมาตรฐานคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่เครื่องยนต์แต่ละรุ่นต้องการใช้
อยู่ในคู่มือประจำรถและกำหนดระยะเวลาการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไว้แตกต่างกันด้วย
รถยนต์ของค่ายญี่ปุ่นจะมีกำหนดเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นระยะทางที่สั้นกว่ารถยุโรป เช่น ทุกๆ5,000
กม. และ10,000 กม. ส่วนรถค่ายยุโรปส่วนใหญ่ที่เครื่องยนต์ใหญ่ใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำ
และมาตรฐานคุณภาพของน้ำมันเครื่องไว้สูง เช่น ระดับSJ สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน
จะกำหนดระยะทางถึง15,000 กม. หรือมากกว่านั้น
ปัจจุบันกำหนดเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่มีระยะมากที่สุด เป็นของรถเปอโฌต์ คือ ทุกๆ30,000 กม.
แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนก่อนเวลาก็ไม่ได้ทำให้เสียหายเพียงแต่เปลืองเงินกว่าที่ควร เท่านั้นเอง
ผู้ใช้รถควรใช้วิจารณญาณในการร่นระยะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามสภาพการใช้งาน เช่น
กรณีที่ใช้งานในสภาพการจราจรติดขัดเป็นส่วนใหญ่ เหลือ70 % ที่กำหนดในคู่มือ
หรือถ้าต้องสตาร์ทเครื่องยนต์บ่อยๆ และ"รถติด" เป็นประจำด้วย เหลือเพียง50 %
ถ้าใช้น้ำมันเครื่อง"ธรรมดา" คุณภาพสูง แล้วใช้งานหนักมาก เปลี่ยนทุก5,000 กม.
 ถ้าใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์100 % เปลี่ยนทุก10,000 กม. หากใช้งานเบากว่านี้
เพิ่มระยะทางได้ตามความเหมาะสม ไม่ใช่กำหนดที่ปั๊มน้ำมันหรือศูนย์บริการ ฯ ลดทอน
เพราะต้องการขายน้ำมันเครื่อง
 
ผิด19. "เครื่องยนต์ดีเซลมีระยะการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเท่ากับเบนซิน"
ที่ถูกคือ....อุณหภูมิภายในไม่เท่ากันอายุการใช้งานก็ต่างกันด้วย
การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลก่อให้เกิดเขม่ามากกว่าในเครื่องยนต์เบนซิน
ผงเขม่าขนาดเล็กสามารถลอดผ่านกระดาษกรองของหม้อกรองน้ำมันเครื่องได้
เมื่อสะสมแขวนลอยอยู่ในน้ำมันเครื่องมากขึ้นจะทำให้น้ำมันเครื่องมีค่าความหนืดสูงขึ้น
คุณสมบัติในการหล่อลื่นจึงลดลง
เครื่องยนต์ดีเซลระบบฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้
หรือไดเรคท์อินเจคชันยุคใหม่มีเขม่าน้อยกว่าแบบพรีแชมเบอร์มากเราจึงสังเกตได้ว่า
กำหนดเปลี่ยนน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์แบบนี้ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์เบนซินแล้ว
 
ผิด20. "น้ำมันเครื่องสังเคราะห์100 % คุ้มกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดา"
ที่ถูกคือ....ราคาแพงกว่าใช้ได้นานกว่าแต่จะคุ้มหรือไม่อยู่ที่ใจ
จุดเด่นแรกของน้ำมันเครื่องสังเคราะห์อยู่ที่ค่าความหนืดต่ำที่อุณหภูมิต่ำจึงไหลไปหล่อลื่นส่วนต่างๆ
ของเครื่องยนต์ได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มติดเครื่องยนต์ในสภาพเย็นจัด เช่น ต่ำกว่า0 องศาเซลเซียส
ซึ่งสภาวะเช่นนี้ไม่มีในประเทศไทย
ข้อดีประการที่2 คือทนต่อความร้อนสูงที่ผนังกระบอกสูบได้ดีกว่า
จึงมีอัตราการระเหยเป็นไอได้น้อยกว่าน้ำมันเครื่อง"ธรรมดา"
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเครื่องอาจน้อยกว่าเล็กน้อย
จุดเด่นอีกข้อของน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ คือการมีค่าดัชนีความหนืดสูง จึงไม่"ใส"
เกินไปเมื่อถูกความร้อนจัดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์จึงมีสารปรับดัชนีความหนืดผสมอยู่ในอัตราที่น้อยกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดาเนื่องจาก
สารปรับดัชนีความหนืดนี้เสื่อมสภาพได้ง่ายตามอายุใช้งาน
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์จึงมีอายุใช้งานยาวนานกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดามาก
เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันเครื่องสังเคราะห์100 % กับราคาน้ำมันเครื่อง"ธรรมดา"
ระดับคุณภาพสูงสุดน้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะมีราคาสูงกว่าราว2 ถึง4 เท่าจึงไม่สามารถกล่าวได้ว่า
"คุ้มกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดา" ยกเว้นพวกชอบใช้ของแพงได้จ่ายเงินมากแล้วมีความสุข
ผู้ที่ต้องการถนอมให้เครื่องยนต์สึกหรอน้อยที่สุดโดยไม่คำนึงถึงราคาว่าคุ้มหรือไม่
 
ผิด21. "ใช้น้ำมันเครื่องราคาถูกแต่เปลี่ยนบ่อยๆช่วยถนอมเครื่องยนต์ได้ดีที่สุด"
ที่ถูกคือ....ถ้าเจอน้ำมันเครื่องปลอม หรือไม่มีคุณภาพอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหาย
ไม่ควรนำน้ำมันเครื่องราคาถูกมาเปลี่ยนบ่อยๆ เช่น ทุก3,000 หรือ4,000 กม.
แทนน้ำมันเครื่องมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนดเพราะในประเทศเราที่ไม่มีหน่วยงานควบคุม
และตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันเครื่องอยู่เลยแม้น้ำมันเครื่องระดับคุณภาพสูงที่เราซื้อมา
ก็อาจเป็นของปลอมที่กรองและฟอกสีมาจากกากน้ำมันเครื่องใช้แล้วได้
วิธีถนอมเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด คือเลือกใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงสุด ก่อนอื่นต้องเลือก"ยี่ห้อ"
และสถานที่จำหน่ายที่น่าไว้วางใจได้ เลือกระดับคุณภาพแล้วจึงดูระดับความหนืด
หรือความข้นของน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับอุณหภูมิเฉลี่ยของเมืองไทยเช่น10W-40/15W-40/15W-
50 หรือ20W-50
ระดับคุณภาพที่รู้จักกันแพร่หลายในประเทศไทย คือระดับคุณภาพตามมาตรฐานของAPI
(AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE) ถ้าเป็นรถใช้เครื่องยนต์เบนซิน ควรใช้น้ำมันเครื่อง
ระดับคุณภาพSJ หรือ อย่างน้อยSH ถ้าเป็นรถใช้เครื่องยนต์ดีเซล ควรเลือกระดับCG - 4
หรืออย่างน้อยCF - 4
 
ผิด22. "เปลี่ยนแบทเตอรีให้ลูกใหญ่ จะได้สตาร์ทง่าย"
ที่ถูกคือ....แบทเตอรีขนาดไหนก็ใช้ไฟเท่าเดิมใหญ่ไปก็หนักรถ
การใช้แบทเตอรีที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม ขณะที่องค์ประกอบอื่นๆทั้งเครื่องยนต์ ไดสตาร์ท และไดชาร์จ
ยังมีขนาดเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงนอกจากจะเป็นความสิ้นเปลืองที่เกินกว่าความจำเป็น
เพราะความต้องการไฟในการสตาร์ทเครื่องยนต์ยังเท่าเดิมแล้วยังอาจส่งผลเสียกับไดชาร์จในอนาคต
แบทเตอรีที่มีขนาดใหญ่มากเกินไป
ไม่เพียงต้องทำให้เจ้าของรถต้องดัดแปลงแทนวางแบทเตอรีใหม่เท่านั้น
ยังอาจส่งผลให้ไดชาร์จทำงานเต็มกำลังตลอดเวลาเพื่อบรรจุไฟเข้าไปเก็บในแบทเตอรี
ซึ่งจะหยุดก็ต่อเมื่อไฟเต็ม
 
ผิด23. "ดับเครื่องยนต์ และปิดพัดลมแอร์ จะช่วยให้แอร์ไม่เสียเร็ว"
ที่ถูกคือ....ควรปิดคอมเพรสเซอร์แอร์ ก่อนดับเครื่องช่วยยืดอายุตู้แอร์
ระบบทำความเย็นทั้งภายในรถและอาคาร อาศัยหลักการถ่ายเทความเย็นและระบายความร้อน
ซึ่งตู้แอร์ หรือคอยล์เย็น จะมีสารทำความเย็นบรรจุอยู่ภายในโดยมีพัดลมทำหน้าที่เป่าลม
การปิดพัดลมหลังดับเครื่อง ความเย็นยังคงอยู่ภายในระบบตู้แอร์จึงชื้น
และกลายเป็นที่สะสมฝุ่นละออง ซึ่งจะทำให้ลมผ่านได้ไม่สะดวกเกิดการอุดตัน และตู้รั่ว
การปิดคอมเพรสเซอร์ หรือปิดสวิทช์AC ก่อนดับเครื่องยนต์อย่างน้อย5 -10 นาที
จะช่วยไล่ความชื้นในตู้แอร์ ไม่เป็นที่สะสมฝุ่นนอกจากจะช่วยยืดอายุตู้แอร์
ยังช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ที่มักเกิดพร้อมๆกับความชื้นอีกด้วย
 
ผิด24. "แกสโซฮอลสิ้นเปลืองกว่าเบนซิน95 เพราะแอลกอฮอล์ระเหยได้ง่ายกว่า"
ที่ถูกคือ....แอลกอฮอล์มีความหนาแน่นของพลังงานต่ำกว่าของเบนซิน
การที่แกสโซฮอลสิ้นเปลืองกว่าเพราะแอลกอฮอล์มีพลังงานสะสมในตัวมันน้อยกว่า
เมื่อเทียบมวลเท่ากัน เช่นมีพลังงานกี่กิโลแคลอรีต่อมวลหนึ่งกิโลกรัมเท่ากัน
หรือกล่าวได้ว่าแอลกอฮอล์มีความหนาแน่นของพลังงาน หรือ ค่าความร้อน(HEATING VALUE)
ต่ำกว่าของเบนซิน เกี่ยวกับการระเหยง่ายอย่างที่หลายคนคิด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ น้ำมันเบนซินซึ่งระเหยง่ายมากและน้ำมันดีเซลซึ่งระเหยยากมาก
 แต่มีความหนาแน่นของพลังงานหรือค่าความร้อนพอๆ กัน
และมากกว่าของแอลกอฮอล์ประมาณเท่าตัว
 
ผิด25. "เติมน้ำยาหล่อเย็นจะทำให้หม้อน้ำรั่ว"
ที่ถูกคือ....น้ำยาเติมหม้อน้ำช่วยลดตะกอนและควบคุมอุณหภูมิของน้ำ
น้ำยาเติมหม้อ หรือน้ำยาหล่อเย็น(COOLANT)
ถูกมองว่าเป็นตัวการทำให้หม้อน้ำและปั๊มน้ำรั่วอยู่เสมอ
นั่นก็เพราะผู้ใช้รถจะพบปัญหาเหล่านี้หลังจากที่ได้เติมน้ำยาหล่อเย็น
ซึ่งในความเป็นจริงเกิดจากระบบหล่อเย็นของรถขาดการบำรุงรักษามาเป็นเวลานาน
หรือใช้น้ำที่มีค่าเป็นกรดเป็นด่างมากเกินไป จนเกิดการผุกร่อน
ดังนั้นเราควรบำรุงรักษาหม้อน้ำด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาในระบบหล่อเย็นปีละครั้ง
รวมทั้งทำความสะอาดถังพักน้ำด้วย ส่วนการผสมน้ำยาหล่อเย็นควรทำตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตระบุไว้
ผิด26. "รถที่ใช้จานเบรค4 ล้อปลอดภัยกว่ารถที่ใช้ดุมเบรคหลัง"
ที่ถูกคือ....ไม่แน่ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการใช้งาน
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าจานเบรคใช้ได้ดีกับรถทุกรุ่นทุกขนาดแม้ว่าคุณสมบัติที่ดีของจานเบรคคือ
ระบายความร้อนได้เร็วส่วนใหญ่ผู้ผลิตรถจึงใช้กับล้อหน้าที่ผ้าเบรคจับตัวจานเบรคแทบจะตลอดเวลา
ดุมเบรคที่ระบายความร้อนได้ช้ากว่าเพราะมีฝาครอบแต่มีพื้นที่สัมผัสมากกว่าจานเบรคและไม่มีปัญหาเบรคลอคเหมือนจานเบรคใช้ใน
ล้อหลัง รถที่ใช้งานแบบทั่วไป รวมทั้งรถที่มีระบบเอบีเอส
ซึ่งวิศวกรผู้ผลิตรถยนต์จะเลือกใช้จานเบรคตามความเหมาะสม
การที่เจ้าของรถนำรถไปดัดแปลงใช้จานเบรคในล้อหลัง ต้องระวัง
เพราะหากล้อหลังหยุดก่อนล้อหน้าเมื่อเบรคอาจทำให้รถหมุนได้
 
ผิด27. "เปลี่ยนกรองเปลือย และหัวเทียนทำให้รถแรงขึ้น"
ที่ถูกคือ....ช่วยอะไรไม่ได้มาก ไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป
การเปลี่ยนกรองอากาศมาเป็นแบบกรองเปลือย ที่ไม่มีกล่องป้องกันฝุ่นและท่อนำอากาศ
อาจจะช่วยให้อากาศเข้าได้สะดวกขึ้นแต่ความหนาแน่นของมวลอากาศน้อยลงเพราะอุณหภูมิความร้อนภายในห้องเครื่องยนต์ซึ่ง
ปริมาณอากาศกับห้องเผาไหม้เท่าเดิม จึงให้กำลังตกลงเมื่อเครื่องร้อนอีกทั้งมีฝุ่นละอองมาก ทำให้ต้องล้างหรือทำความสะอาดบ่อยๆ
การใช้หัวเทียนใหม่ช่วยให้การจุดระเบิดสมบูรณ์
แต่ไม่ได้เพิ่มกำลังเครื่องยนต์ให้สูงกว่ามาตรฐานผู้ผลิตรถยนต์ได้กำหนดไว้
 
ผิด28. "ใส่กรองอากาศไม่ต้องเปลี่ยนแค่เป่าลมก็ใช้ได้แล้ว"
ที่ถูกคือ....เปลี่ยนใหม่จะช่วยให้ประหยัดค่าน้ำมันไปได้นับพันบาท
การใช้ลมเป่าใสกรองอากาศที่นิยมทำกัน เมื่อมีฝุ่นติดเต็มจนมองไม่เห็นสีเดิม วิธีนี้ช่วยให้ฝุ่นละอองเบาบางลง อากาศไหลผ่านได้ดี
ยิ่งขึ้นแต่ถ้าเป่าแรงเกินไปแผ่นกรองอาจเสียหายจนใช้งานต่อไม่ได้
เพราะมีรูกว้างจนฝุ่นขนาดใหญ่สามารถผ่านเข้าไปได้
คิดแล้วไม่คุ้ม ยอมจ่ายเงินซื้อของใหม่มาใส่จะคุ้มกว่าการล้างคาร์บูเรเตอร์ หรือหัวฉีด
แถมยังประหยัดค่าน้ำมันทางอ้อม อีกด้วย



สาระน่ารู้ด้านยานยนต์

การขายดาวน์รถคืออะไร ทำอย่างไรให้ปลอดภัย
ซื้อรถยังไงไม่ให้โดนหลอก ( 4 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 3 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 2 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 1 )
ขับรถอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง
วิธีขัดคราบสกปรกออกจากเบาะหนัง
โคมไฟหน้าเหลืองแก้ได้ไม่ยาก
ปัญหาของระบบเบรกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้
น้ำมันเครื่อง เรื่องง่ายๆแต่สำคัญ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล