ReadyPlanet.com


เช็คราคารถผ่าน App Line


ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 3 )
จากที่เคยเขียนมาแล้วสองตอนก็คือ ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก 1 กับ 2 ( ตอนที่ 1 วิธีดูคานหน้า ตอนที่ 2 วิธีดูฝากระโปรงหน้า) มาถึงตอนที่สามนี่ก็จะขอพูดถึงอีกสองจุดที่ใช้ดูว่ารถเคยมีชนหนักมามั้ย จุดแรกเลยก็จะขอพูดถึงนี่เลยครับฝากระโปรงหลัง
จากรูปด้านบน รถคันนี้ดูภายนอกก็สวยดีนะว่ามะ แต่เชื่อมั้ยครับว่าด้านท้ายชนหนักมา จะว่าไปก็โชคดีเหมือนกันนะ เพราะจริงๆแล้วผมไม่มีรูปตัวอย่างของรถที่ชนด้านท้ายหนักๆเลย เพราะรถที่ชนหนักๆมาผมจะไม่ซื้อมาขาย พอดีมีลูกค้าโทรเข้ามาว่าจะขายรถก็เลยได้ไปดู เจอเลยครับ เป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ อันที่จริงเจ้าของรถคันนี้เค้าก็ไม่รู้นะครับว่ารถเค้าชนมา เพราะเค้าซื้อรถคันนี้ต่อมาอีกที ที่น่าช้ำใจคือเค้าไปหาซื้อรถตามบ้านที่เราเรียกว่า"รถบ้าน"มาเนี่ยแหละ เจ้าของเก่าที่ขายมาให้เค้าก็ไม่บอกอะไรเลย บอกว่ารถไม่มีชนเดิมๆมาเลย พี่แกก็ดูไม่เป็นอาศัยความเชื่อใจเอา ก็เลยโดนเลย พูดอย่างงี้ก็อาจทำให้หลายๆคนไม่กล้าซื้อรถมือสองขึ้นมาอีก เอาเป็นว่าผมจะบอกถึงจุดสังเกตุต่างๆที่ใช้ดูว่ารถชนท้ายมามั้ย เพื่อเอาไว้เป็นภูมิคุ้มกันสำหรับคนที่กำลังมองหารถมือสองสภาพดีๆซักคันมาใช้ก็แล้วกันนะครับ
อันนี้เคยเขียนไปตอนที่ดูฝากระโปรงหน้าแล้วทีนึง แต่จะขอพูดอีกทีนึงก็แล้วกันนะครับ จุดที่ง่ายที่สุดที่ใช้สังเกตุเลยว่ารถมีชนท้ายมามั้ยก็คือสีครับ ไม่ใช่พวกสีด่างหรือรอยขูดขีดนะครับ แต่ให้ดูว่าสีมีการแตกลายงามั้ย จากรูปด้านบนจะเห็นว่าสีสวยมากเพราะเค้าเก็บงานสีภายนอกมาดี เพราะฉะนั้นจุดนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เห็นหรอกครับ เลยต้องใช้วิธีดูจากจุดอื่นๆเอา แต่ตัวอย่างของรถที่สีแตกลายงาก็ดูจากรูปด้านล่างนะครับ เป็นรถคันอื่นที่ผมเคยถ่ายรูปเก็บไว้นะครับ
อันนี้เคยเขียนไปตอนที่ดูฝากระโปรงหน้าแล้วทีนึง แต่จะขอพูดอีกทีนึงก็แล้วกันนะครับ จุดที่ง่ายที่สุดที่ใช้สังเกตุเลยว่ารถมีชนท้ายมามั้ยก็คือสีครับ ไม่ใช่พวกสีด่างหรือรอยขูดขีดนะครับ แต่ให้ดูว่าสีมีการแตกลายงามั้ย จากรูปด้านบนจะเห็นว่าสีสวยมากเพราะเค้าเก็บงานสีภายนอกมาดี เพราะฉะนั้นจุดนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เห็นหรอกครับ เลยต้องใช้วิธีดูจากจุดอื่นๆเอา แต่ตัวอย่างของรถที่สีแตกลายงาก็ดูจากรูปด้านล่างนะครับ เป็นรถคันอื่นที่ผมเคยถ่ายรูปเก็บไว้นะครับ
ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับว่าสีเนี่ยใช้ดูลำบาก เพราะส่วนใหญ่เค้าจะเก็บมาให้สวยงามก่อนอยู่แล้ว เราก็เลยต้องใช้วิธีดูจากจุดอื่นๆแทน จุดที่อยากให้ดูต่อไปก็คือตะเข็บตามขอบฝากระโปรงครับ ตามรูปตัวอย่างด้านล่างนะครับ
 อันนี้เคยเขียนไปตอนที่ดูฝากระโปรงหน้าแล้วทีนึง แต่จะขอพูดอีกทีนึงก็แล้วกันนะครับ จุดที่ง่ายที่สุดที่ใช้สังเกตุเลยว่ารถมีชนท้ายมามั้ยก็คือสีครับ ไม่ใช่พวกสีด่างหรือรอยขูดขีดนะครับ แต่ให้ดูว่าสีมีการแตกลายงามั้ย จากรูปด้านบนจะเห็นว่าสีสวยมากเพราะเค้าเก็บงานสีภายนอกมาดี เพราะฉะนั้นจุดนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เห็นหรอกครับ เลยต้องใช้วิธีดูจากจุดอื่นๆเอา แต่ตัวอย่างของรถที่สีแตกลายงาก็ดูจากรูปด้านล่างนะครับ เป็นรถคันอื่นที่ผมเคยถ่ายรูปเก็บไว้นะครับ
จากรูปตัวอย่างด้านบนนะครับ ลองดูในจุดที่วงไว้ด้วยวงกลมสีส้มนะครับ พอขยายออกมาแล้วจะเห็นรอยแตกตามตะเข็บของฝากระโปรง เนี่ยแหละครับรถที่เคยซ่อมฝากระโปรงมา มีเทคนิคนิดนึงที่อยากจะบอกกันไว้ด้วยนะ เราใช้จุดนี้ดูได้ด้วยนะว่าที่โดนชนมาเนี่ยชนมาลึกแค่ไหน ก็ง่ายๆเลยครับดูจากรูปด้านซ้ายนะ จุดที่วงกลมด้วยสีส้มคือจุดที่ตะเข็บแตก ส่วนตะเข็บตามแนวลูกศรสีเขียวไม่มีรอยแตก นั่นแหละครับใช้ดูว่าชนมาลึกแค่ไหน พูดง่ายๆก็คือมีรอยแตกถึงแค่ตรงไหนก็แปลว่ารถโดนชนมาถึงตรงนั้น เช่นถ้ารอยแตกลึกเข้ามาจากด้านท้าย 1 ฟุตก็แปลว่าตอนโดนชนท้ายโดนชนลึกเข้ามา 1 ฟุต จากรูปตัวอย่างคงคิดว่าคันนี้น่าจะโดนมาเล็กน้อยแค่มุมๆ เปล่าเลยนะครับ อีกจุดนึงที่สำคัญที่ต้องดูเลยก็คือพื้นของห้องใส่ของท้ายรถครับ ตามรูปด้านล่างนะครับ
จากรูปตัวอย่างด้านบนนะครับ ลองดูในจุดที่วงไว้ด้วยวงกลมสีส้มนะครับ พอขยายออกมาแล้วจะเห็นรอยแตกตามตะเข็บของฝากระโปรง เนี่ยแหละครับรถที่เคยซ่อมฝากระโปรงมา มีเทคนิคนิดนึงที่อยากจะบอกกันไว้ด้วยนะ เราใช้จุดนี้ดูได้ด้วยนะว่าที่โดนชนมาเนี่ยชนมาลึกแค่ไหน ก็ง่ายๆเลยครับดูจากรูปด้านซ้ายนะ จุดที่วงกลมด้วยสีส้มคือจุดที่ตะเข็บแตก ส่วนตะเข็บตามแนวลูกศรสีเขียวไม่มีรอยแตก นั่นแหละครับใช้ดูว่าชนมาลึกแค่ไหน ก็ง่ายๆเลยนะครับ คือมีรอยแตกถึงแค่ตรงไหนก็แปลว่ารถโดนชนมาถึงตรงนั้น เช่นถ้ารอยแตกลึกเข้ามาจากด้านท้าย 1 ฟุตก็แปลว่าตอนโดนชนท้ายโดนชนลึกเข้ามา 1 ฟุต จากรูปตัวอย่างคงคิดว่าคันนี้น่าจะโดนมาเล็กน้อยแค่มุมๆ เปล่าเลยนะครับ ถ้าเราเจอว่าฝากระโปรงมีรอยแตกแล้วอีกจุดนึงที่ต้องดูเลยก็คือพื้นของห้องใส่ของท้ายรถครับ ตามรูปด้านล่างนะครับ
ในวงกลมสีเขียวคือพื้นด้านท้ายที่เดิม ส่วนในวงกลมสีส้มคือส่วนที่ซ่อมมา จะเห็นว่ามีการเอาอะไรไม่รู้มาแปะๆไว้แล้วพ่นสีทับเอา เพราะปกติพื้นด้านท้ายจะไม่มีมาแปะๆแบบนี้ แล้วก็มีการพ่นแค่สีพื้นเท่านั้นแต่จะไม่มีการพ่นแลกเกอร์ทับ เพราะฉะนั้นสีจะออกด้านๆ ( ดูลักษณะของสีในวงกลมสีเขียวนะครับ ) จากตัวอย่างด้านบนเนี่ย รถคันนี้โดนชนแบบที่รถคันหน้าโดนช้อนด้านท้ายขึ้นมา พูดง่ายๆก็คือโดนชนด้านล่างหนักกว่าด้านบน จริงๆแล้วพื้นของห้องใส่ของท้ายรถเนี่ยจำเป็นต้องดูทุกคัน เพราะบางทีถ้าชนมาหนักขนาดเปลี่ยนฝาท้ายเลยเนี่ยเราจะไม่เจอรอยแตกตามตะเข็บของฝากระโปรง ก็ใช้วิธีดูจากพิ้นเนี่ยแหละครับ เพราะจุดนี้ถ้ารถโดนชนท้ายมาแล้ว จะซ่อมกันไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ เพราะมันเป็นจุดที่ซ่อนอยู่ใต้พรมของห้องใส่ของท้ายรถ เลยทำให้เป็นจุดที่จะเหลือร่องรอยของการซ่อมแซมให้ดูมากที่สุด การดูด้านท้ายรถก็ง่ายๆแค่นี้เองครับ

มาถึงอีกจุดนึงที่ต้องดูเลยก็คือ รอบเชื่อมตามขอบประตู แล้วรอยเชื่อมตามขอบประตูอยู่ตรงไหนหละ มันจะซ่อนอยู่ใต้ยางขอบประตูครับ เวลาจะดูต้องดึงขอบยางออก ดูจากตัวอย่างด้านล่างนะ รอยที่ลูกศรชี้นั่นแหละครับ
 
จุดนี่ต้องขอบอกกันนิดนึงนะครับ ถ้าไปดูรถตามเต็นท์ เราจะไปดึงยางตามขอบดูก็สามารถดึงได้เลยไม่ต้องอะไรมาก แต่ถ้าไปดูรถบ้านต้องขอเจ้าของเค้าก่อนนะ เพราะบางคนไม่ชอบให้เราไปงัดแงะอะไรรถเค้า อาจจะมีการปะทะคารมกันได้ถ้าเราไปดึงโดยไม่ขอเค้าก่อน แล้วจะสังเกตุได้ยังไงว่ารถที่เราไปดูอยู่เคยมีชนด้านข้างมาป่าว ก็ให้ดูที่รอยเชื่อมเนี่ยเหละครับ วิธีก็คือถ้าโดนชนด้านข้างมารอยพวกนี้จะหายไปตามตัวอย่างด้านล่างครับ
จากรูปนะครับ จะสังเกตุได้ว่าในวงกลมสีเขียวมีรอยเชื่อม ส่วนในกรอบสีส้มไม่มีรอยเชื่อม นั่นแหละครับใช้ดูว่าโดนชนมาตรงไหนบ้าง ง่ายๆเลยก็คือตรงที่ไม่มีรอยคือโดนชนมา เพราะรอยเชื่อมนี้จะต้องมีตลอดความยาวของขอบประตู ทั้งสี่บานใช้ดูได้เหมือนกันหมดเลยนะครับ ดูตัวอย่างของรถที่ขอบประตูเดิมที่รูปด้านล่างนะครับ
 
จะเห็นว่ามีรอยเชื่อมยาวตลอดความยาวของขอบประตูตามกรอบสีเขียวเลยเห็นมั้ยครับ วิธีดูก็มีแค่นี้แหละครับง่ายๆ
หลายคนคงอยากถามว่าแล้วเรื่องว่ารถเคยทำสีมาบ้างมั้ยจะดูยังไง เรื่องนี้ผมคงต้องขอพูดไว้ประมาณว่า "รถที่ทำสีบางคันอาจจะไม่เคยชนหนัก แต่รถทุกคันที่ชนหนักมาต้องทำสี" ก็ง่ายๆครับรถที่ทำสีบางคันอาจจะแค่เก็บรอยขีดข่วน รอยขนแมว มีเลี้ยวไม่พ้นชนกระถางบ้างอะไรบ้าง หรือบางคนแค่ประกันชั้น 1 จะหมดแล้วก็เลยถือโอกาสเก็บสีทั้งคันใหม่เลยก็มี อีกอย่างนึงวิธีการดูสีรถนั้นยากครับ ถ้าไม่ชำนาญกันจริงๆจะดูไม่ค่อยออก ก็เลยไม่ขอพูดถึงวิธีดูสีรถว่าเดิมไม่เดิมเลยดีกว่า เอาเป็นว่าถ้าดูตำหนิของรถเป็น ผมรับรองได้เลยว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันได้ระดับนึงแน่นอนครับ
แล้วในส่วนที่ว่ารถที่เคยชนมาสามารถซื้อได้มั้ย อันนี้ก็แล้วแต่ความเห็นของแต่ละคนนะครับ ในส่วนตัวผมบอกได้เลยครับว่าซื้อได้ ถ้าไม่หนักมากก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นพวกพ่นห้องเครื่องมาเลยเนี่ยคงไม่แนะนำให้ซื้อนะ เพราะบางทีรถที่ชนมาหนักมากๆอาจจะต้องยกเครื่องขึ้นเพื่อซ่อมตัวถังให้เสร็จก่อนแล้วค่อยวางเครื่องลงไปใหม่ ไอ้ตอนวางกลับเนี่ยแหละครับที่จะทำให้เกิดปัญหา เพราะอู่ทำสีบางทีก็ลืมโน่นลืมนี่ ลืมต่อสายไฟไปบางจุด อาจจะทำให้รถเกิดปัญหาซ่อมไม่จบไปเลยก็มี หรือบางทีก็ดึงตัวถังได้ไม่ตรงทำให้รถเสียศูนย์ไปเลยก็มี แต่พวกนี้ดูง่ายครับ เพราะรถมันจะเบี้ยวๆด้านหน้าด้านหลังจะเยื้องๆกัน ดูไม่ยากครับ ไว้ในโอกาสหน้าจะมาเขียนถึงวิธีการตรวจสอบความถูกต้องของรถ สมุดจะทะเบียน เลขเครื่อง เลขตัวถังก็แล้วกันครับ
 

ธนกฤต

www.ksbusedcar.com

 




สาระน่ารู้ด้านยานยนต์

การขายดาวน์รถคืออะไร ทำอย่างไรให้ปลอดภัย
ซื้อรถยังไงไม่ให้โดนหลอก ( 4 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 2 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 1 )
ขับรถอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง
วิธีขัดคราบสกปรกออกจากเบาะหนัง
โคมไฟหน้าเหลืองแก้ได้ไม่ยาก
ปัญหาของระบบเบรกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้
น้ำมันเครื่อง เรื่องง่ายๆแต่สำคัญ
มาทำให้สีรถเงางามเหมือนใหม่กันดีกว่า article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล