ReadyPlanet.com




ซื้อรถยังไงไม่ให้โดนหลอก ( 4 )
จากที่เคยเขียนถึงวิธีดูตำหนิตัวรถว่าเคยมีอุบัติเหตุมาบ้างมั้ย ชนมาบ้างรึเปล่า แล้วผมขอค้างเรื่องวิธีการดูว่ารถถูกต้องมั้ย สวมทะเบียนมารึเปล่า วันนี้ก็ได้ฤกษ์ที่จะเขียนเรื่องนี้ซะทีหลังจากที่ค้างไว้ซะนาน เอาละไม่อารัมภบทมากละ เรามาดูวิธีการดูแล้วรถกันเลยดีกว่า
อย่างแรกครับรายละเอียดตัวรถ จริงๆก็ไม่มีอะไรมาก ก็จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถ วันจดทะเบียน เลขเครื่อง เลขตัวถัง ที่อยากจะให้ดูเป็นอย่างแรกก็คือวันจดทะเบียนกับรุ่นปี ค.ศ. ที่ผมวงกลมสีส้มเอาไว้ วันจดทะเบียนก็บอกถึงวันที่รถคันนี้ได้ทำการจดทะเบียน ส่วนรุ่นปี ค.ศ. คือปีที่รถได้ผลิตออกมา ถ้าจะให้ดีที่สุดคือสองอันนี้ปีต้องตรงกัน อย่างในตัวอย่างด้านล่างก็ถือว่าตรงกัน
จากที่เคยเขียนถึงวิธีดูตำหนิตัวรถว่าเคยมีอุบัติเหตุมาบ้างมั้ย ชนมาบ้างรึเปล่า แล้วผมขอค้างเรื่องวิธีการดูว่ารถถูกต้องมั้ย สวมทะเบียนมารึเปล่า วันนี้ก็ได้ฤกษ์ที่จะเขียนเรื่องนี้ซะทีหลังจากที่ค้างไว้ซะนาน เอาละไม่อารัมภบทมากละ เรามาดูวิธีการดูแล้วรถกันเลยดีกว่า
มาดูอีกตัวอย่างนะครับ ลองดูวันจดทะเบียนกับรุ่นปี ค.ศ. นะครับ วันจดทะเบียนวันที่ 9 กันยายน 2551 ก็คือ 9 กันยายน 2008 แต่รุ่นปี ค.ศ. เขียนว่า 2007 แปลว่ารถคันนี้ออกรถตั้งแต่ 2007 แต่มาจดเอา กันยายน 08 ใช้ป้ายแดงมาเกือบๆปี แบบนี้เจอบ่อยครับ หลายๆคนคงถามว่าแล้วมันสำคัญตรงไหนหละ สำคัญตรงความจริงใจของคนขายครับ เราใช้ดูว่าเค้าจะพูดความจริงกับเรามั้ย ถ้าเรื่องแค่นี้ยังโกหกเราเรื่องอื่นก็ไม่ต้องพูดถึงครับ ยิ่งถ้าเจอคนขายที่บอกชั้นซื้อมามือแรกเลย ใช้คนเดียว รถปี 08 จริงๆนะ ถ้าเจอแบบนี้เดินกลับได้เลยครับ ซื้อคันอื่นดีกว่า
 มาดูอีกตัวอย่างนะครับ ลองดูวันจดทะเบียนกับรุ่นปี ค.ศ. นะครับ

พอดูวันจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วก็มาดูรายละเอียดตัวอื่นของรถกันพวกเลขเครื่อง เลขตัวถัง ดูเอาตามตัวอย่างข้างล่างนะครับ ตามตัวอย่างเป็นเล่มของรถกระบะเลขตัวถังจะอยู่ตรงแชสซีรถ ส่วนรถเก๋งอาจจะอยู่หลายที่ครับ แล้วแต่ยี่ห้อ จุดที่เลขตัวถังอยู่จะเขียนไว้ในเล่ม ( ที่ผมวงกลมสีส้มไว้นะครับ ) ส่วนหมายเลขจะเขียนไว้ในวงกลมสีน้ำเงิน พอเราดูในเล่มแล้วก็ไปดูตามจุดที่เล่มบอกไว้ว่ามีเลขมั้ย เลขตรงกันหรือเปล่า ไม่ยากครับ มีทริคอย่างนึงนะ ให้เราเอามือลองลูบตรงตัวเลขดู ถ้ารู้สึกว่าขอบตัวเลขมันคมลูบแล้วสะดุดหรือบาดมือ ให้เดินกลับออกมา แล้วไปดูคันอื่นได้เลย เอ๊ะ...แล้วทำไมถึงให้ไปดูคันอื่นได้เลยหละ เพราะรถปกติเลขตัวถังจะเรียบ แต่ถ้ารถที่ตอกมามันจะคมครับ

พอดูวันจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วก็มาดูรายละเอียดตัวอื่นของรถกันพวกเลขเครื่อง เลขตัวถัง ดูเอาตามตัวอย่างข้างล่างนะครับ
พอดูเลขตัวถังเสร็จเราก็มาดูเลขเครื่องกันบ้าง มันก็คล้ายๆกับเลขตัวถังครับ จุดที่หมายเลขเครื่องอยู่ผมวงไว้ด้วยวงกลมสีส้ม ส่วนหมายเลขก็วงไว้ด้วยวงกลมสีน้ำเงิน เราก็ไปดูตามจุดที่เล่มบอกเอาว่ามีมั้ย ตรงกันรึปล่า แต่เลขเครื่องต้องใช้ความพยายามในการหานิดนึงนะครับ บางทีแป้นหมายเลขเครื่องก็จะมีคราบฝุ่น คราบน้ำมันปิดอยู่ อาจจะต้องเช็ดออกก่อนถึงจะเห็น
พอดูเลขตัวถังเสร็จเราก็มาดูเลขเครื่องกันบ้าง มันก็คล้ายๆกับเลขตัวถังครับ
จริงๆแล้วเรื่องเลขเครื่องกับเลขตัวถังนี่ ถ้าเราไปซื้อรถเป็นเงินสดเลยนี่ไม่จำเป็นต้องดูก็ได้นะ ถ้าดูรถแล้วชอบใจ ตกลงซื้อขายกันได้ก็ขับไปขนส่งไปโอนด้วยกันเลย ให้ขนส่งเป็นคนตรวจสอบให้ ถ้ารถโอนได้ก็ไม่มีปัญหา จ่ายเงินจ่ายทองกันให้เสร็จแล้วก็แยกย้ายได้เลย แต่ถ้าซื้อแบบจัดไฟแนนซ์หรือซื้อแบบเอามาแค่ชุดโอนลอย อันนี้ต้องดูให้เป็น ถ้าดูไม่เป็นมีสิทธิ์เจ็บตัวกันได้นะครับ
ทีนี้เรามาพูดถึงเรื่องอื่นที่ผู้ซื้อรถส่วนใหญ่ไม่รู้กันดีกว่า มันคือหน้ารายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ในหน้า 18 กันครับ ลองดูตามตัวอย่างด้านล่างนะครับ
ทีนี้เรามาพูดถึงเรื่องอื่นที่ผู้ซื้อรถส่วนใหญ่ไม่รู้กันดีกว่า มันคือหน้ารายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ในหน้า 18 กันครับ ลองดูตามตัวอย่างด้านล่างนะครับ
จากตัวอย่างด้านบนที่บรรทัดแรก บอกว่า "รถประกอบขึ้นมาจากอุปกรณ์รถเก่า"หมายถึงรถคันนี้เป็นรถจดประกอบ จดทะเบียนครั้งแรกที่ สระบุรี แจ้งใช้แก๊ส หลังจากนั้นถอดแก๊สออก แล้วย้ายเข้ามาใช้ทะเบียนกรุงเทพ
ที่อยากให้ดูหน้า 18 ก็เพราะมันคือประวัติรถ ถ้ารถเคยมีอะไรมาเช่น แจ้งจอด ยกเลิกทะเบียน เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนสี ติดแก๊ส ฯลฯ ในหน้า 18 จะมีการบันทึกไว้
รายละเอียดพวก เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่อง ไม่ใช่ปัญหาเพราะถ้าเรารับเรื่องพวกนี้ได้ก็จบ
แต่รายละเอียดที่ตัวผมเองจะไม่ค่อยชอบเลยคือ
1.การแจ้งจอด ยกเลิกทะเบียนแล้วจดใหม่
2.คัดแทนเล่มเดิมสูญหาย
3.คัดแทนเล่มเดิมชำรุด
ถ้ารถมีการแจ้งจอดผมจะไม่ซื้อเลย เพราะเราไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องแจ้งจอด รถอาจจะเคยมีปัญหาใหญ่ๆมาซ่อมไม่ไหวเลยแจ้งยกเลิกทะเบียนไว้ ฯลฯ 
ส่วนการคัดแทนเล่มเดิมชำรุดหรือสูญหายนี่ถ้าเลือกได้ผมก็จะไม่ซื้อหรือถ้าจะซื้อจริงๆต้องไปโอนที่ขนส่งเท่านั้น พอโอนได้แล้วผมถึงจะจ่ายเงินให้ อะไรพวกนี้
ก็นี่เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ผมเอามาแบ่งปันกัน เพื่อที่จะใช้ดูเล่มทะเบียนของรถว่าเป็นรถที่ถูกต้องมั้ย สวมทะเบียนมารึเปล่า เคยมีประวัติอะไรมาบ้างไว้ แล้วคราวหน้าถ้ามีอะไรที่น่าสนใจผมจะมาเขียนอีกทีในตอนต่อไปนะครับ
 

ธนกฤต
www.ksbusedcar.com

 
 
 
 
 
 

 




สาระน่ารู้ด้านยานยนต์

การขายดาวน์รถคืออะไร ทำอย่างไรให้ปลอดภัย
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 3 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 2 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 1 )
ขับรถอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง
วิธีขัดคราบสกปรกออกจากเบาะหนัง
โคมไฟหน้าเหลืองแก้ได้ไม่ยาก
ปัญหาของระบบเบรกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้
น้ำมันเครื่อง เรื่องง่ายๆแต่สำคัญ
มาทำให้สีรถเงางามเหมือนใหม่กันดีกว่า article