ReadyPlanet.com




การขายดาวน์รถคืออะไร ทำอย่างไรให้ปลอดภัย
จากที่ผมทำธุรกิจด้านการรับซื้อขายรถมือสองมาหลายปี มีลูกค้าโทรมาปรึกษาเรื่องการขายรถติดไฟแนนซ์ทุกๆวัน เลยทำให้รู้ว่าหลายๆคนไม่ค่อยจะทราบขั้นตอนหรือความหมายของการขายรถติดไฟแนนซ์ หรือที่บางคนเรียกว่า ”ขายดาวน์” ซักเท่าไหร่ เคยเจอหนักสุดคือขายรถให้คนซื้อไป แล้วคนซื้อไม่ยอมไปปิดไฟแนนซ์หรือผ่อนต่อ จะไปตามเอารถคืนจากคนขายก็ไม่รู้จะไปตามกันยังไง เป็นใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จะไปตามเอาที่ไหน คนขายเลยต้องผ่อนไฟแนนซ์ต่อ ทั้งๆที่ขายรถไปแล้ว ง่ายๆครับคือโดนหลอกเสียรู้ไปเต็มๆ
เอาเป็นว่าผมขออธิบายความหมายของรถติดไฟแนนซ์เลยก็แล้วกัน รถที่ยังติดไฟแนนซ์เนี่ยบางคนคิดว่ารถคันนี้เป็นรถของชั้น ชั้นเป็นเจ้าของ อันนี้บอกได้เลยนะครับว่าไม่ใช่ ความคิดแบบนี้ผิดนะ รถที่ยังติดไฟแนนซ์เอาความหมายตามกฎหมาย (ขออธิบายแบบบ้านๆ)
นะครับ “รถยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทหรือธนาคารที่ให้สินเชื่อกับผู้กู้ โดยผู้กู้เป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวเท่านั้น รถยังไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของผู้กู้นะครับ รถจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กู้ก็ต่อเมื่อผู้กู้ได้ชำระเงินครบตามสัญญาเงินกู้แล้วเท่านั้น “ 
 

เอา ง่ายๆคือถ้ายึดเอาตามหลักกฎหมาย ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์ ผู้กู้ไม่สามารถเอารถไปขายได้
อ้าว!!!แล้วอย่างงี้เวลาจะขายรถที่ติดไฟแนนซ์ จะต้องทำยังไงหละ ถ้าจะขายแบบถูกต้องและไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง จะมีแค่สองวิธีแค่นั้นนะครับ

วิธีแรกง่ายที่สุดคือผู้ขายเอาเงินสดไปจ่ายปิดสัญญาที่ไฟแนนซ์ เพื่อให้รถเป็นกรรมสิทธิ์ของเราก่อนพอได้ตัวสมุดจดทะเบียนแล้วค่อยเอารถไปขาย ซึ่งวิธีนี้ใครๆก็คงจะรู้อยุ่แล้ว

แต่วิธีที่ผมอยากเขียนถึงก็คือวิธีที่สองที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ”ขายดาวน์” เอาหละเรามาพูดถึงกันวิธีที่สองกันเลยดีกว่า
จริงๆแล้ววิธีมีสองก็แยกย่อยได้เป็นสองแบบนะ ซึ่งขึ้นกับผู้ที่จะมาซื้อรถต่อจากคนขายว่าจะซื้อแบบไหน

แบบแรกซื้อด้วยเงินสดครบเต็มจำนวน
จริงๆแบบนี้มันก็เหมือนวิธีแรกนั่นแหละครับ แค่เปลี่ยนจากเราจะต้องใช้เงินตัวเองไปปิดสัญญาเป็นเอาเงินของผู้ที่จะมาซื้อต่อไปปิดสัญญาแทน
วิธีการก็ง่ายๆครับ เช่น ตกลงซื้อขายกัน 400000 แล้วรถติดไฟแนนซ์ 300000 ในวันที่จะทำการซื้อขายกันก็จูงมือกันไปที่ไฟแนนซ์ด้วยกันเลย แล้วก็ทำตามนี้ครับ

1.ให้ผู้ซื้อเอาเงินจ่ายปิดบัญชีไป 300000 แล้วก็จ่ายที่เหลือให้กับผู้ขายไปอีก 100000 ก็ถือว่าผู้ขายได้เงินดาวน์คืนมา 100000

2.ผู้ขายแจ้งให้ไฟแนนซ์โอนรถข้ามเป็นชื่อผู้ที่มาซื้อไปเลย ซึ่งแบบที่โอนข้ามไปเป็นชื่อผู้ซื้อเลยเนี่ยจะมีบางที่ที่ทำให้แต่บางที่ก็ไม่ทำให้ ถ้าไฟแนนซ์ไม่ทำให้ผู้ขายก็ต้องให้ไฟแนนซ์โอนเข้าชื่อผู้ขายก่อน แล้วผู้ขายก็ทำชุดโอนจากผู้ขายให้ผู้ซื้อเก็บไว้เพื่อให้เค้าไปโอนเป็นชื่อเค้าต่ออีกที (วิธีการทำชุดโอน คลิกได้เลยครับ) โดยผู้ขายจะต้องแจ้งกับไฟแแนนซ์ว่าจะมอบอำนาจให้ผู้ซื้อเป็นผู้มารับสมุดจดทะเบียนแทน ซึ่งไฟแนนซ์แต่ละที่ก็จะมีวิธีการและขั้นตอนเอกสารต่างกันนิดหน่อยอาจจะต้องสอบถามกับทางไฟแนนซ์เอาจะดีที่สุด

แต่ก็อยากจะย้ำว่าต้องไปจ่ายด้วยกันเท่านั้นนะครับ เพราะทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเก็บสำเนาใบเสร็จการปิดบัญชีกับสัญญาซื้อขายไว้เป็นหลักฐานด้วย

แบบที่ สอง ซื้อด้วยการจ่ายเงินมาบางส่วน แล้วที่เหลือขอผ่อนกับไฟแนนซ์ต่อในสัญญาเงินกู้เดิม
อันนี้พวกผมจะเรียกว่า “การเปลี่ยนคู่สัญญา” ขั้นตอนก็มีตามนี้ครับ (ขอเขียนแบบคร่าวๆนะครับเพราะไฟแนนซ์แต่ละที่จะมีรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนต่างกันนิดหน่อย แต่ขั้นตอนหลักๆจะเหมือนกัน)

1.ให้ผู้ซื้อเตรียมเอกสารเหมือนกับการขอสินเชื่อ เอกสารใช้อะไรบ้างต้องสอบถามกับทางไฟแนนซ์ดูนะครับเพราะแต่ละที่จะต่างกันนิดหน่อย

2.ไปยื่นขอเปลี่ยน”ผู้เช่าซื้อ”ที่ไฟแนนซ์ โดยที่ผู้ขายและผู้ซื้อต้องไปด้วยกัน เอาเอกสารที่ทางไฟแนนซ์แจ้งว่าต้องใช้ไปด้วย ทางไฟแนนซ์ก็จะเอาเอกสารไปพิจารณาว่าจะสามารถเปลี่ยน”ผู้เช่าซื้อ”มาเป็นผู้ที่จะซื้อรถได้มั้ย ว่าง่ายๆแหละครับ เหมือนกับเค้าไปขอจัดไฟแนนซ์รถคันนี้ต่อจากคุณอีกทีนั่นแหละ แต่ผู้ซื้อจะได้ประโยชน์ตรงที่ได้ผ่อนต่อในสัญญาเดิมที่ผู้ขายได้ผ่อนไปแล้ว บางส่วนทำให้ประหยัดดอกเบี้ยไป ในขั้นตอนนี้ผู้ขายยังต้องเก็บรถไว้ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งให้รถกับผู้ซื้อไป แล้วก็อย่าเพิ่งเอาเงินดาวน์เค้ามานะครับ เพราะต้องรอให้ไฟแนนซ์อนุมัติเปลี่ยน”ผู้เช่าซื้อ”ก่อน โดยทั่วๆไปใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

3.ถ้าไฟแนนซ์อนุมัติว่าเปลี่ยน ”ผู้เช่าซื้อ” ได้ ผู้ซื้อกับผู้ขายก็ต้องไปไฟแนนซ์ด้วยกันอีกที เพื่อไปเซ็นสัญญาเช่าซื้อตัวจริง และจ่ายค่าดำเนินการ ค่างวดล่วงหน้า ซึ่งแต่ละที่จะคิดต่างกันเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะราวๆไม่เกิน 8000 บาท แล้วก็ต้องจ่ายค่างวดล่วงหน้า 2 งวด ซึ่ง 2 งวดนี้จะเอาไปหักกับค่างวดที่เหลือเช่นตอนแรกเหลือ 30 งวดพอจ่ายแล้วก็จะเหลือ 28 งวด หลังจากทำขั้นตอนพวกนี้ครบแล้ว ผู้ขายค่อยรับเงินดาวน์ตามที่ตกลงกันไว้กับผู้ซื้อ แล้วเอารถให้กับผู้ซื้อ ( ย้ำนะครับว่าต้องทำขั้นตอนพวกนี้ครบแล้วค่อยรับเงินดาวน์และปล่อยรถ ไม่อย่างงั้นทางไฟแนนซ์จะยังถือว่าผู้เช่าซื้อยังเป็นผู้ขายอยู่นะ)

อธิบายวิธีการไปแล้ว ผมเชื่อเลยนะว่าหลายๆคนคงยังมีคำถามว่าแล้วถ้าไม่ทำให้ถูกต้องแล้วจะผลตามมายังไง

ถ้าคนซื้อไม่ยอมไปปิดไฟแนนซ์หรือไม่ยอมผ่อนต่อ ผลก็จะตกกับผู้ขายเพราะทางไฟแนนซ์ถือว่าผู้ขายยังเป็นหนี้เค้าอยู่ ยังไงก็ต้องผ่อนให้เค้า ถ้าไปตามเอาเงินจากคนที่ซื้อต่อไปไม่ได้ คนขายก็ต้องผ่อนต่อไป แต่ถ้าไม่มีเงินไปผ่อนเค้า ไฟแนนซ์ก็จะบอกเลิกสัญญาแล้วก็ตามยึดรถคืน แต่ในเมื่อเราขายรถไปแล้ว ไม่มีรถไปคืนเค้า ไฟแนนซ์ก็จะฟ้องเป็นคดีทางแพ่ง แล้วผู้ขายก็ใช้หนี้ไฟแนนซ์ตามกฎหมายทางแพ่งกันต่อไป

แต่ถ้าผู้ขายไม่ยอมผ่อนต่อหรือไม่ยอมใช้หนี้ตามคดีทางแพ่ง(ชั้นไม่ทำอะไรทั้งนั้นว่างั้นเถอะ) เพราะคิดว่าชั้นขายรถไปแล้วสัญญาซื้อขายชั้นก็มีนะ ไฟแนนซ์ก็ไปตามเอากับคนซื้อเอาเองสิ ขอบอกไว้เลยนะครับว่า “สัญญาซื้อขายจะเป็นหลักฐานมัดตัวผู้ขาย” เองนะ อย่างที่ผมได้บอกไว้ในตอนแรกว่า “รถไม่ใช่ของเรา เราเป็นแค่ผู้ครอบครอง เราไม่มีสิทธิ์เอารถเค้าไปขาย” เพราะว่ารถเป็นทรัพย์สินในสัญญาเงินกู้ ถ้าไฟแนนซ์เค้าทราบว่าเราเอารถไปขายก่อนที่จะจ่ายเงินคืนครบตามสัญญา ทางไฟแนนซ์มีสิทธิ์ที่จะฟ้องดำเนินคดีได้ทั้งทางแพ่งและอาญา ย้ำว่ามีสิทธิ์ฟ้องได้ทั้งทางแพ่งและอาญานะครับ เพราะทางเจ้าหนี้สามารถยื่นฟ้องว่าเป็นการยักยอกทรัพย์ได้ครับ

เพราะฉะนั้นการที่จะขายรถที่ยังติดไฟแนนซ์ต้องรอบคอบ และอย่างเห็นแก่เงินส่วนน้อยนะครับ เพราะส่วนใหญ่พวกที่ตั้งใจจะหลอกซื้อแล้วเอารถไปขายแบบรถเถื่อนมักจะมีวิธีการพูดให้เราเชื่อใจว่าไม่มีปัญหา ไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงเคลียร์ให้จบแน่นอน แต่พอมีปัญหาเกิดขึ้นจะไปตามเอาอะไรก็ยากแล้วหละ และที่สำคัญพวกนี้มักจะเสนอเงินดาวน์ให้สูงกว่าพวกที่ซื้อแบบถูกต้องตามขั้นตอน( แบบที่ปิดไฟแนนซ์หรือเปลี่ยนคู่สัญญาให้)

ขอฝากไว้แล้วกันครับว่า”รถอยู่กับเรา เราจะขายไม่ขายอยู่ที่เราตัดสินใจ แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรให้ถูกต้อง มีปัญหาอะไรตามมา ก็ไม่มีใครมาช่วยอะไรเราได้ เพราะถึงจะมีหลักฐานการซื้อขาย รู้จักบ้านคนซื้อ แต่สุดท้ายความผิดทางกฎหมายก็จะตกกับตัวผู้ขายเองอยู่ดี” โอกาสหน้าถ้ามีอะไรที่คิดว่าสามารถเอามาแบ่งปันกันได้อีกผมก็จะเขียนให้ได้ศึกษาไว้เป็นข้อมูลกันก็แล้วกันครับ

ธนกฤต เกิดสมบูรณ์

www.ksbusedcar.com

เครดิตภาพจาก www.car2home.net , www.tlcthai.com

 




สาระน่ารู้ด้านยานยนต์

ซื้อรถยังไงไม่ให้โดนหลอก ( 4 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 3 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 2 )
ซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก ( 1 )
ขับรถอย่างไรไม่ให้ปวดหลัง
วิธีขัดคราบสกปรกออกจากเบาะหนัง
โคมไฟหน้าเหลืองแก้ได้ไม่ยาก
ปัญหาของระบบเบรกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้
น้ำมันเครื่อง เรื่องง่ายๆแต่สำคัญ
มาทำให้สีรถเงางามเหมือนใหม่กันดีกว่า article