test drive-Mitsubishi Attrage สมราคา น่าใช้
ReadyPlanet.com


สอบถามราคารับซื้อรถผ่านทางไลน์


Mitsubishi Attrage สมราคา น่าใช้
Mitsubishi Motors ได้เปิดตัวรถ Mitsubishi Attrage (ก่อนหน้านี้ เรียกกันว่า Mirage Sedan)  Eco Sedan โฉมใหม่ของค่าย เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา โดยดึงพระเอกสุด Hot อย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ และ นางเอกสุดสวย อย่าง คิมเบอร์ลี่ มาเป็น พรีเซ็นเตอร์ คู่ และเปิดตัวกันอย่างอลังการ บริเวณลาน พาร์ค พารากอน และมีสโลแกน ใหม่ว่า Be Beyond ก้าวที่เหนือใคร ซึ่งได้ชูจุดขายทั้งห้องโดยสารที่กว้างขวาง ฟังก์ชั่นที่เหนือกว่า และประหยัดน้ำมัน 22 km/l ส่วน  Mitsubishi Attrage จะดีเหนือกว่าสักแค่ไหน เราลองมาดูกันเลย
Mitsubishi Motors ได้เปิดตัวรถ Mitsubishi Attrage (ก่อนหน้านี้ เรียกกันว่า Mirage Sedan)  Eco Sedan โฉมใหม่ของค่าย เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา โดยดึงพระเอกสุด Hot อย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ และ นางเอกสุดสวย อย่าง คิมเบอร์ลี่ มาเป็น พรีเซ็นเตอร์ คู่ และเปิดตัวกันอย่างอลังการ บริเวณลาน พาร์ค พารากอน และมีสโลแกน ใหม่ว่า Be Beyond ก้าวที่เหนือใคร ซึ่งได้ชูจุดขายทั้งห้องโดยสารที่กว้างขวาง ฟังก์ชั่นที่เหนือกว่า และประหยัดน้ำมัน 22 km/l ส่วน  Mitsubishi Attrage จะดีเหนือกว่าสักแค่ไหน เราลองมาดูกันเลย
Mitsubishi Attrage ถือเป็นอีโคคาร์ซีดานอีกรุ่นหนึ่ง ที่มีการลงทุนออกแบบรูปลักษณ์หน้าตาใหม่ แม้จะใช้พื้นฐานตัวถังร่วมกับรุ่นแฮทช์แบ็ก “ Mirage ” ก็ตาม เรียกว่าเปลี่ยนด้านหน้าใหม่เกือบหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า เปลือกกันชน และไฟหน้า โดยยังคงใช้ร่วมกันในส่วนของเสา A-Pillar กระจกบังลมหน้า บานประตูคู่หน้า และเสากลาง B-Pillar ร่วมกันกับรุ่น Mirage

ส่วนด้านท้าย Mitsubishi Attrage  นับว่าออกแบบเส้นสายตัวถังได้ลงตัวที่สุด จะเห็นว่าหลังคาส่วนท้ายไม่กดลาดจนเกินไปเหมือนกับ นิสสัน อัลเมร่า จนส่งผลต่อความสูงของห้องโดยสารภายในด้านหลัง หรือตัดลงมาทื่อๆ เหมือน ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ

 Mitsubishi Attrage ถือเป็นอีโคคาร์ซีดานอีกรุ่นหนึ่ง ที่มีการลงทุนออกแบบรูปลักษณ์หน้าตาใหม่ แม้จะใช้พื้นฐานตัวถังร่วมกับรุ่นแฮทช์แบ็ก “ Mirage ” ก็ตาม เรียกว่าเปลี่ยนด้านหน้าใหม่เกือบหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า เปลือกกันชน และไฟหน้า โดยยังคงใช้ร่วมกันในส่วนของเสา A-Pillar กระจกบังลมหน้า บานประตูคู่หน้า และเสากลาง B-Pillar ร่วมกันกับรุ่น Mirage  ส่วนด้านท้าย Mitsubishi Attrage  นับว่าออกแบบเส้นสายตัวถังได้ลงตัวที่สุด จะเห็นว่าหลังคาส่วนท้ายไม่กดลาดจนเกินไปเหมือนกับ นิสสัน อัลเมร่า จนส่งผลต่อความสูงของห้องโดยสารภายในด้านหลัง หรือตัดลงมาทื่อๆ เหมือน ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ

Mitsubishi Attrage ถือเป็นอีโคคาร์ซีดานอีกรุ่นหนึ่ง ที่มีการลงทุนออกแบบรูปลักษณ์หน้าตาใหม่ แม้จะใช้พื้นฐานตัวถังร่วมกับรุ่นแฮทช์แบ็ก “ Mirage ” ก็ตาม เรียกว่าเปลี่ยนด้านหน้าใหม่เกือบหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า เปลือกกันชน และไฟหน้า โดยยังคงใช้ร่วมกันในส่วนของเสา A-Pillar กระจกบังลมหน้า บานประตูคู่หน้า และเสากลาง B-Pillar ร่วมกันกับรุ่น Mirage  ส่วนด้านท้าย Mitsubishi Attrage  นับว่าออกแบบเส้นสายตัวถังได้ลงตัวที่สุด จะเห็นว่าหลังคาส่วนท้ายไม่กดลาดจนเกินไปเหมือนกับ นิสสัน อัลเมร่า จนส่งผลต่อความสูงของห้องโดยสารภายในด้านหลัง หรือตัดลงมาทื่อๆ เหมือน ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ

ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Attrage  นับว่าโปร่งใช้ได้ทีเดียว เบาะนั่งใหม่อาจจะไม่ใหญ่มากแต่นั่งสบายทีเดียว ถึงจะเดินทางระยะไกลกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยนัก ระยะวางขามีพื้นที่มากทีเดียว หรือแม้แต่เบาะหลังไม่รู้สึกเบียดชิด ก่อนเดินทางได้มีโอกาสลองเข้าไปนั่งด้านหลัง ความสูงของรถทำให้เข้าออกง่าย และเมื่อเพื่อนที่สูงกว่า 170 เมตร เข้าไปนั่งเบาะหลังเอนตามเบาะ ยังมีพื้นที่ว่างระหว่างศีรษะกับเพดานหลังคา ไม่ชิดจนต้องเอนตัวหลบ หรือต้องระวังยามรถตกหลุมกระเด้ง(สำหรับคนตัวสูงๆ) เหมือนกับนิสสัน อัลเมร่า

ส่วนวัสดุภายในห้องโดยสาร ในรุ่นท๊อปอย่าง GLS ltd. วัสดุภายในจะเป็นหนังและวัสดุสังเคราะห์สีเบจ ในขณะที่รุ่น GLS ที่รองลงมาจะเป็นเบาะผ้า ในรุ่น GLS ltd. จะมาพร้อมเครื่องเสียงแถมพ่วงระบบ Navi จอ 6.5” Touch Screen ระบบนำทางดูง่ายขึ้นกว่า Mirage แต่ยังไงก็รู้สึกว่ายังเทียบกับ G9 ใน Lancer EX ของผมไม่ได้อยู่ดี และหน้าจอนี้จะแสดงผลจากกล้องมองหลังเมื่อเข้าเกียร์ R อีกด้วย พวงมาลัย สามก้านหุ้มด้วยขอบหนัง และมีการตกแต่ง Silver Decorate ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่พบใน Mirage Bloom Edition แต่ได้ฝังสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงเข้าไปเพิ่ม เป็นอีกหนึ่งจุดขาย และมาพร้อมกับปุ่ม Push Start ร่วมกับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS ในขณะที่รุ่น GLS ลงมา เครื่องเสียงจะเป็น แบบเครื่องเล่น CD รวมถึงพวงมาลัยแบบสามก้านที่ใช้วัสดุพอลียูรีเทน อย่างที่พบใน Mirage
 ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Attrage  นับว่าโปร่งใช้ได้ทีเดียว เบาะนั่งใหม่อาจจะไม่ใหญ่มากแต่นั่งสบายทีเดียว ถึงจะเดินทางระยะไกลกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยนัก ระยะวางขามีพื้นที่มากทีเดียว หรือแม้แต่เบาะหลังไม่รู้สึกเบียดชิด ก่อนเดินทางได้มีโอกาสลองเข้าไปนั่งด้านหลัง ความสูงของรถทำให้เข้าออกง่าย และเมื่อเพื่อนที่สูงกว่า 170 เมตร เข้าไปนั่งเบาะหลังเอนตามเบาะ ยังมีพื้นที่ว่างระหว่างศีรษะกับเพดานหลังคา ไม่ชิดจนต้องเอนตัวหลบ หรือต้องระวังยามรถตกหลุมกระเด้ง(สำหรับคนตัวสูงๆ) เหมือนกับนิสสัน อัลเมร่า  ส่วนวัสดุภายในห้องโดยสาร ในรุ่นท๊อปอย่าง GLS ltd. วัสดุภายในจะเป็นหนังและวัสดุสังเคราะห์สีเบจ ในขณะที่รุ่น GLS ที่รองลงมาจะเป็นเบาะผ้า ในรุ่น GLS ltd. จะมาพร้อมเครื่องเสียงแถมพ่วงระบบ Navi จอ 6.5” Touch Screen ระบบนำทางดูง่ายขึ้นกว่า Mirage แต่ยังไงก็รู้สึกว่ายังเทียบกับ G9 ใน Lancer EX ของผมไม่ได้อยู่ดี และหน้าจอนี้จะแสดงผลจากกล้องมองหลังเมื่อเข้าเกียร์ R อีกด้วย พวงมาลัย สามก้านหุ้มด้วยขอบหนัง และมีการตกแต่ง Silver Decorate ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่พบใน Mirage Bloom Edition แต่ได้ฝังสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงเข้าไปเพิ่ม เป็นอีกหนึ่งจุดขาย และมาพร้อมกับปุ่ม Push Start ร่วมกับระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS ในขณะที่รุ่น GLS ลงมา เครื่องเสียงจะเป็น แบบเครื่องเล่น CD รวมถึงพวงมาลัยแบบสามก้านที่ใช้วัสดุพอลียูรีเทน อย่างที่พบใน Mirage

ขุมกำลังของเครื่องยนต์ DOHC 3 สูบความจุ 1,193cc  พร้อมระบบ วาล์วแปรผัน MIVEC 12 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่6,000rpm และแรงบิด 100Nm ที่4,000rpm ระบบการจ่ายน้ำมันเป็นหัวฉีด Multi point ควบคุมด้วยกล่องสมองกล 32bit รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro 4 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ในรุ่น Attrage  ได้มีการปรับในส่วนของ Camshaft ให้มีการตอบสนองที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น แต่จากการใช้งานจริง เรายังพบว่า รถดูตื้อกว่า Mirage อยู่  เช่นในช่วง Kickdown พบว่ารถดูจะไม่พุ่งอย่างที่คิด แต่พอสัมผัสถึงแรงดึงที่มีมากกว่า ถึงแม้จะไม่มากนักกับเครื่องยนต์ 3 สูบนี้  ด้วยน้ำหนักตัวที่หนักกว่า Mirage ประมาณ 30 กก. ก็ยังถือว่ารถพุ่งไปข้างหน้าได้แบบไม่ขี้เหล่ อายใครนัก

พวงมาลัย แบบผ่อนแรงไฟฟ้า วงเลี้ยวแคบสุดอยู่ที่ 4.8 เมตร ซึ่งยังคงให้ความคล่องตัวในการขับขี่แบบตัวเมืองได้ดี ไม่ต่างจาก Mirage และการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ น้ำหนักเบา พอดีมือ แต่พวงมาลัยยังคงให้ความรู้สึกแบบหลอกมือ ตามสไตล์ของพวงมาลัยไฟฟ้า และไม่คืนตัว เมื่อมีการหักวงเลี้ยว ซึ่งต้องประคองพวงมาลัยให้กลับมาในแนวตรง แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ จะค่อยๆ หนืดตึงมือเพิ่มขึ้น ช่วง 60, 80,100 แต่เมื่อความเร็ว ประมาณช่วง 120 กม./ชม. ขึ้นไปจะเริ่มรู้สึกว่าเบามือไปเสียหน่อย พวงมาลัยไม่ค่อยคมนัก การตอบสนองดูช้าๆ อยู่บ้าง ในช่วง โยนเข้าโค้ง หรือ หักหลบ สิ่งกีดขวาง ยังดูไม่นิ่งสักเท่าไร ทางด้านความ Linear ของพวงมาลัย เท่าที่ลองขับปล่อยมือดู ช่วงความเร็ว 120 กม./ชม. พบว่า ยังคงประคองตัวอยู่ในไลน์ได้ดี แม้ช่วงล่างจะโอนเอนไปบ้างก็ตาม

ขุมกำลังของเครื่องยนต์ DOHC 3 สูบความจุ 1,193cc  พร้อมระบบ วาล์วแปรผัน MIVEC 12 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่6,000rpm และแรงบิด 100Nm ที่4,000rpm ระบบการจ่ายน้ำมันเป็นหัวฉีด Multi point ควบคุมด้วยกล่องสมองกล 32bit รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro 4 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ในรุ่น Attrage  ได้มีการปรับในส่วนของ Camshaft ให้มีการตอบสนองที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น แต่จากการใช้งานจริง เรายังพบว่า รถดูตื้อกว่า Mirage อยู่  เช่นในช่วง Kickdown พบว่ารถดูจะไม่พุ่งอย่างที่คิด แต่พอสัมผัสถึงแรงดึงที่มีมากกว่า ถึงแม้จะไม่มากนักกับเครื่องยนต์ 3 สูบนี้  ด้วยน้ำหนักตัวที่หนักกว่า Mirage ประมาณ 30 กก. ก็ยังถือว่ารถพุ่งไปข้างหน้าได้แบบไม่ขี้เหล่ อายใครนัก พวงมาลัย แบบผ่อนแรงไฟฟ้า วงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร ซึ่งยังคงให้ความคล่องตัวในการขับขี่แบบตัวเมืองได้ดี ไม่ต่างจาก Mirage และการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ น้ำหนักเบา พอดีมือ แต่พวงมาลัยยังคงให้ความรู้สึกแบบหลอกมือ ตามสไตล์ของพวงมาลัยไฟฟ้า และไม่คืนตัว เมื่อมีการหักวงเลี้ยว ซึ่งต้องประคองพวงมาลัยให้กลับมาในแนวตรง แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ จะค่อยๆ หนืดตึงมือเพิ่มขึ้น ช่วง 60, 80,100 แต่เมื่อความเร็ว ประมาณช่วง 120 กม./ชม. ขึ้นไปจะเริ่มรู้สึกว่าเบามือไปเสียหน่อย พวงมาลัยไม่ค่อยคมนัก การตอบสนองดูช้าๆ อยู่บ้าง ในช่วง โยนเข้าโค้ง หรือ หักหลบ สิ่งกีดขวาง ยังดูไม่นิ่งสักเท่าไร ทางด้านความ Linear ของพวงมาลัย เท่าที่ลองขับปล่อยมือดู ช่วงความเร็ว 120 กม./ชม. พบว่า ยังคงประคองตัวอยู่ในไลน์ได้ดี แม้ช่วงล่างจะโอนเอนไปบ้างก็ตาม
ช่วงล่าง สำหรับด้านหน้า เป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และ ทอร์ชั่นบีม สำหรับด้านหลัง เซ็ตออกมาให้ดูนุ่มนวลนั่งสบายขึ้นกว่า Mirage จริง แต่เวลาเข้าโค้ง กลับรู้สึก ถึงการยุบลงแบบจมหาย ซึ่งบางครั้งก็เล่นเอาใจหล่นหายตามไปด้วย และเมื่อเข้าโค้งที่ความเร็วสูงๆ ทิ้งโค้งหนักๆ ก็มีอาการ Understeer (หน้าดื้อโค้ง) ออกมาให้เห็นชัดเจน ซึ่งพบมากกว่าใน Mirage การยึดเกาะในทางตรงถือว่าทั่วๆไป ไม่ได้ดีและไม่ถึงกับแย่ ตามสไตล์รถน้ำหนักเบา
ระบบเบรก สำหรับคู่หน้า เป็นแบบดิสก์พร้อมช่องระบายความร้อน และ ดรัมเบรก สำหรับคู่หลัง ความรู้สึกของแป้นเบรคนั้น ดูจะน้ำหนักเบาไปเสียหน่อย ซึ่งอาการแป้นเบรกลึก ทำให้ดูเหมือนรถเบรกไม่ค่อยอยู่ การเบรกอาจต้องมีเผื่อระยะ ต้องทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าไว้มากพอสมควร เพื่อความปลอดภัย
ช่วงล่าง สำหรับด้านหน้า เป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และ ทอร์ชั่นบีม สำหรับด้านหลัง เซ็ตออกมาให้ดูนุ่มนวลนั่งสบายขึ้นกว่า Mirage จริง แต่เวลาเข้าโค้ง กลับรู้สึก ถึงการยุบลงแบบจมหาย ซึ่งบางครั้งก็เล่นเอาใจหล่นหายตามไปด้วย และเมื่อเข้าโค้งที่ความเร็วสูงๆ ทิ้งโค้งหนักๆ ก็มีอาการ Understeer (หน้าดื้อโค้ง) ออกมาให้เห็นชัดเจน ซึ่งพบมากกว่าใน Mirage การยึดเกาะในทางตรงถือว่าทั่วๆไป ไม่ได้ดีและไม่ถึงกับแย่ ตามสไตล์รถน้ำหนักเบา  ระบบเบรก สำหรับคู่หน้า เป็นแบบดิสก์พร้อมช่องระบายความร้อน และ ดรัมเบรก สำหรับคู่หลัง ความรู้สึกของแป้นเบรคนั้น ดูจะน้ำหนักเบาไปเสียหน่อย ซึ่งอาการแป้นเบรกลึก ทำให้ดูเหมือนรถเบรกไม่ค่อยอยู่ การเบรกอาจต้องมีเผื่อระยะ ต้องทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าไว้มากพอสมควร เพื่อความปลอดภัย
ช่วงล่าง สำหรับด้านหน้า เป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และ ทอร์ชั่นบีม สำหรับด้านหลัง เซ็ตออกมาให้ดูนุ่มนวลนั่งสบายขึ้นกว่า Mirage จริง แต่เวลาเข้าโค้ง กลับรู้สึก ถึงการยุบลงแบบจมหาย ซึ่งบางครั้งก็เล่นเอาใจหล่นหายตามไปด้วย และเมื่อเข้าโค้งที่ความเร็วสูงๆ ทิ้งโค้งหนักๆ ก็มีอาการ Understeer (หน้าดื้อโค้ง) ออกมาให้เห็นชัดเจน ซึ่งพบมากกว่าใน Mirage การยึดเกาะในทางตรงถือว่าทั่วๆไป ไม่ได้ดีและไม่ถึงกับแย่ ตามสไตล์รถน้ำหนักเบา  ระบบเบรก สำหรับคู่หน้า เป็นแบบดิสก์พร้อมช่องระบายความร้อน และ ดรัมเบรก สำหรับคู่หลัง ความรู้สึกของแป้นเบรคนั้น ดูจะน้ำหนักเบาไปเสียหน่อย ซึ่งอาการแป้นเบรกลึก ทำให้ดูเหมือนรถเบรกไม่ค่อยอยู่ การเบรกอาจต้องมีเผื่อระยะ ต้องทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าไว้มากพอสมควร เพื่อความปลอดภัย
 ช่วงล่าง สำหรับด้านหน้า เป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และ ทอร์ชั่นบีม สำหรับด้านหลัง เซ็ตออกมาให้ดูนุ่มนวลนั่งสบายขึ้นกว่า Mirage จริง แต่เวลาเข้าโค้ง กลับรู้สึก ถึงการยุบลงแบบจมหาย ซึ่งบางครั้งก็เล่นเอาใจหล่นหายตามไปด้วย และเมื่อเข้าโค้งที่ความเร็วสูงๆ ทิ้งโค้งหนักๆ ก็มีอาการ Understeer (หน้าดื้อโค้ง) ออกมาให้เห็นชัดเจน ซึ่งพบมากกว่าใน Mirage การยึดเกาะในทางตรงถือว่าทั่วๆไป ไม่ได้ดีและไม่ถึงกับแย่ ตามสไตล์รถน้ำหนักเบา  ระบบเบรก สำหรับคู่หน้า เป็นแบบดิสก์พร้อมช่องระบายความร้อน และ ดรัมเบรก สำหรับคู่หลัง ความรู้สึกของแป้นเบรคนั้น ดูจะน้ำหนักเบาไปเสียหน่อย ซึ่งอาการแป้นเบรกลึก ทำให้ดูเหมือนรถเบรกไม่ค่อยอยู่ การเบรกอาจต้องมีเผื่อระยะ ต้องทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าไว้มากพอสมควร เพื่อความปลอดภัย
 ช่วงล่าง สำหรับด้านหน้า เป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และ ทอร์ชั่นบีม สำหรับด้านหลัง เซ็ตออกมาให้ดูนุ่มนวลนั่งสบายขึ้นกว่า Mirage จริง แต่เวลาเข้าโค้ง กลับรู้สึก ถึงการยุบลงแบบจมหาย ซึ่งบางครั้งก็เล่นเอาใจหล่นหายตามไปด้วย และเมื่อเข้าโค้งที่ความเร็วสูงๆ ทิ้งโค้งหนักๆ ก็มีอาการ Understeer (หน้าดื้อโค้ง) ออกมาให้เห็นชัดเจน ซึ่งพบมากกว่าใน Mirage การยึดเกาะในทางตรงถือว่าทั่วๆไป ไม่ได้ดีและไม่ถึงกับแย่ ตามสไตล์รถน้ำหนักเบา  ระบบเบรก สำหรับคู่หน้า เป็นแบบดิสก์พร้อมช่องระบายความร้อน และ ดรัมเบรก สำหรับคู่หลัง ความรู้สึกของแป้นเบรคนั้น ดูจะน้ำหนักเบาไปเสียหน่อย ซึ่งอาการแป้นเบรกลึก ทำให้ดูเหมือนรถเบรกไม่ค่อยอยู่ การเบรกอาจต้องมีเผื่อระยะ ต้องทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าไว้มากพอสมควร เพื่อความปลอดภัย
สรุป Mitsubishi Attrage เป็น Eco Car ซึ่งทาง Mitsubishi ได้จัดทำให้เป็นรถแบบ City Car เต็มตัว เน้นการขับขี่ใช้งานในตัวเมือง ขับขี่ง่ายคล่องแคล่ว นั่งได้สบาย และฟังก์ชั่นที่ให้มาครบแบบจัดเต็ม ทางด้านสมรรถนะ กำลังเครื่องยนต์ แม้จะมีเพียง 78 แรงม้า ทำงานได้เต็มที่ อาจจะไม่จี๊ดจ๊าด แต่ไม่ใช่รถอืด ถือว่าเหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางไกล หากวัดตามมาตรฐานรถระดับอีโคคาร์ และอัตราสิ้นเปลืองก็ยังถือเป็นจุดขายที่ยังดีอยู่กับ 22 กม./ลิตร แต่เมื่อมามองถึงสมรรถนะการขับเคลื่อนด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะช่วงล่าง  เบรก ก็ยังถือได้ว่าสมราคา  สำหรับผู้ที่อยากได้รถแบบ ราคาน่าคบหา ขับขี่คล่องแคล่ว สบาย ประหยัดน้ำมัน และออปชั่นแบบไม่ขี้เหล่ Mitsubishi Attrage อาจจะถือเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว

 

ขอบคุณที่มาของภาพจาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์
ข้อมูลบางส่วน จาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์และ autospinn
เรียบเรียง ธนกฤต www.ksbusedcar.com




Test Drive

Mazda CX-5 XDL คุ้มค่าน่าลอง
New toyota Yaris 2013
New teana 2.5XV หนุ่มขึ้น คล่องแคล่ว
Chevrolet Spin โดดเด่นเรื่องความอเนกประสงค์
Subaru XV หล่อล่ำ ขับสนุก article
New toyota vios 2013
BMW 320i Luxury Line สมรรถนะแรง ประหยัดน้ำมัน
All New Honda Accord
Suzuki Ertiga รถ Mini MPV แบบฉบับพ่อบ้านที่โดดเด่นเรื่องช่วงล่าง
Nissan Pulsar 1.8 อีกหนึ่งรถยนต์ที่ให้ในเรื่องความคุ้มค่า article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล