Honda Jazz Hybrid ... ความประหยัดเลือกได้
ReadyPlanet.com


สอบถามราคารับซื้อรถผ่านทางไลน์


Honda Jazz Hybrid ... ความประหยัดเลือกได้
ในช่วงปีที่แล้ว ค่ายรถยนต์  Honda  ถือว่าเป็นค่ายรถยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดช่วงปี และหนึ่งในนั้นก็เป็นความเคลื่อนไหวในกลุ่มรถยนต์ที่ต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมและให้ความประหยัดไปพร้อมกัน และทั้งสองอย่างก็มาบรรจบกันในรถซิตี้คาร์ยอดนิยมที่ยืนยันมาแล้วจากทั่วโลก

                ตั้งแต่เริ่มต้นเปิดตัวมาในช่วงปลายปีที่แล้ว  Honda Jazz  รุ่นใหม่ ถือเป็นรถยนต์ที่มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางไม่ใช่เพียงแต่ในแง่ของการออกแบบและสมรรถนะที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มมากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการออกแบบที่ตั้งแต่เริ่มโครงการรถรุ่นนี้ก็วางหมากให้พร้อมสำหรับการพัฒนาสู่รถยนต์ไฮบริดที่มีแนวโน้มอยู่แล้วในอนาคต

ในช่วงปีที่แล้ว ค่ายรถยนต์  Honda  ถือว่าเป็นค่ายรถยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดช่วงปี และหนึ่งในนั้นก็เป็นความเคลื่อนไหวในกลุ่มรถยนต์ที่ต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมและให้ความประหยัดไปพร้อมกัน และทั้งสองอย่างก็มาบรรจบกันในรถซิตี้คาร์ยอดนิยมที่ยืนยันมาแล้วจากทั่วโลก
 
จวบจนในงาน Paris Motor Show  2010 ค่าย Honda  ก็ทำให้โลกตะลึงด้วยการโชว์ผลงานรถยนต์  Honda Jazz Hybrid  ใหม่ อย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมาไม่นานตามด้วยบ้านเกิดเมืองนอนของรถรุ่นนี้ รวมถึงในอเมริกาที่มีการก้าวล้ำในการแนะนำรถยนต์  Honda Jazz EV  เวอร์ชั่นไฟฟ้าล้วน

                ด้วยชื่อเสียงเรียงนามที่ขึ้นชื่อของ  Honda Jazz  ที่สั่งสมอยู่ดั้งเดิม ทำให้ Honda Jazz Hybrid  นั้นเป็นอีกเวอร์ชั่นที่กลับมาตอบโจทย์ให้เร้าใจในสมรรถนะมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของความประหยัดที่จัดองค์ทรงเครื่องเต็มกราฟในเรือนร่างดั้งเดิมของ  Honda Jazz  ที่ยังคงสไตล์สปอร์ตแอทช์แบ็ค 5 ประตู ที่เย้ายวนใจคนชอบรถเล็กเป็นทุนเดิม

จวบจนในงาน Paris Motor Show  2010 ค่าย Honda  ก็ทำให้โลกตะลึงด้วยการโชว์ผลงานรถยนต์  Honda Jazz Hybrid  ใหม่ อย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมาไม่นานตามด้วยบ้านเกิดเมืองนอนของรถรุ่นนี้ รวมถึงในอเมริกาที่มีการก้าวล้ำในการแนะนำรถยนต์  Honda Jazz EV  เวอร์ชั่นไฟฟ้าล้วน
 
ในการแนะนำเวอร์ชั่นไฮบริดใหม่นี้ Honda ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรือนร่างตัวถังมากมายนัก เนื่องด้วยตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบโครงสร้างรถรุ่นนี้ มันก็ถูกวางหมากให้พร้อมสำหรับความเป็นรถยนต์ไฮบริด แต่เพื่อให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น Honda Jazz Hybrid  ก็เริ่มต้นการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ด้วยการปรับองค์ประกอบให้มีความดูดีลงตัวมากยิ่งขึ้น เริ่มจากกระจังหน้าที่มาพร้อมสไตล์โครม ดูมีเสน่ห์ที่ลงตัวมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับไฟหน้าเลนส์ฟ้าที่ให้ความสดใส และบั้นท้ายจัดความทันสมัยเติมแต่งในแบบ LED  เข้ามา รวมถึงล้ออัลลอยลายใหม่ที่แตกต่างจาก  Honda Jazz  ทั่วไป
ในการแนะนำเวอร์ชั่นไฮบริดใหม่นี้ Honda ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรือนร่างตัวถังมากมายนัก เนื่องด้วยตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบโครงสร้างรถรุ่นนี้ มันก็ถูกวางหมากให้พร้อมสำหรับความเป็นรถยนต์ไฮบริด แต่เพื่อให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น Honda Jazz Hybrid  ก็เริ่มต้นการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ด้วยการปรับองค์ประกอบให้มีความดูดีลงตัวมากยิ่งขึ้น เริ่มจากกระจังหน้าที่มาพร้อมสไตล์โครม ดูมีเสน่ห์ที่ลงตัวมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับไฟหน้าเลนส์ฟ้าที่ให้ความสดใส และบั้นท้ายจัดความทันสมัยเติมแต่งในแบบ LED  เข้ามา รวมถึงล้ออัลลอยลายใหม่ที่แตกต่างจาก  Honda Jazz  ทั่วไป
 
เมื่อก้าวเข้าห้องโดยสาร Honda Jazz Hybrid ยังคงความเป็นรถยนต์นั่งอยู่เหมือนเคยด้วยการให้รายละเอียดที่มุ่งเน้นการใช้งานที่เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องของการออกแบบให้ฟังชั่นการใช้งานที่ลงตัวในหลากรูปแบบ ใน 3 โหมด อเนกประสงค์ และในเวอร์ชั่นไฮบริดนี้มันก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ด้วยการปรับองค์ประกอบเดิมให้สามารถลงตัวกับระบบขับเคลื่อนใหม่ ทำให้ Honda Jazz Hybrid  มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากมายจนเป็นที่สังเกตได้ แต่ก็มีการปรับออพชั่นบางอย่างเพิ่มขึ้น คุณภาพย่อมมากตามราคาเริ่มจากระบบแอร์อัตโนมัติ ที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้นทำงานผสานกับเครื่องยนต์เพื่อให้ความประหยัดสูงสุด หรือจะเป็นหน้าปัดที่สามารถบอกสถานะการทำงานของระบบได้ และยังโชว์สถานะแบตเตอร์รี่ นอกนั้นโดยรวมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายนักอย่างที่คาดหวัง แต่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงนั้นก็เพราะต้องการคงความเป็นรถยนต์ที่อำนวยความสะดวกสบายที่มีดีอยู่แล้วไม่ให้ขาดหายไป

 
ใต้ฝากระโปรงรถยนต์  Honda Jazz Hybrid  แนะนำเครื่องยนต์ไฮบริด แบบ 4สูบแถวเรียง 8 วาล์ว ขนาด 1.3 ลิตร  ตอบสนองด้วยพละกำลังสูงสุด88 แรงม้าที่ 5800 รอบต่อนาที และปั่นกำลังแรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร พ่วงเข้ากับชุดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 10 กิโลวัตต์ให้กำลังเทียบเท่า 14 แรงม้า แต่ให้กำลังแรงบิดดีในรอบต่ำ 78 นิวตันเมตรตั้งแต่ 1000 รอบต่อนาที ส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอร์รี่นิคเคิลแคดเมี่ยมไฮไดร์ด แล้วขับง่ายสบายใจกับระบบเกียร์  CVT  ที่สามารถปรับอัตราทดได้ตั้งแต่ 2.526- 0.421 ก่อนจัดส่งลงเฟืองท้ายที่มากับอัตราทดจัดจ้าน 5.274
ใต้ฝากระโปรงรถยนต์  Honda Jazz Hybrid  แนะนำเครื่องยนต์ไฮบริด แบบ 4สูบแถวเรียง 8 วาล์ว ขนาด 1.3 ลิตร  ตอบสนองด้วยพละกำลังสูงสุด88 แรงม้าที่ 5800 รอบต่อนาที และปั่นกำลังแรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร พ่วงเข้ากับชุดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 10 กิโลวัตต์ให้กำลังเทียบเท่า 14 แรงม้า แต่ให้กำลังแรงบิดดีในรอบต่ำ 78 นิวตันเมตรตั้งแต่ 1000 รอบต่อนาที ส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอร์รี่นิคเคิลแคดเมี่ยมไฮไดร์ด แล้วขับง่ายสบายใจกับระบบเกียร์  CVT  ที่สามารถปรับอัตราทดได้ตั้งแต่ 2.526- 0.421 ก่อนจัดส่งลงเฟืองท้ายที่มากับอัตราทดจัดจ้าน 5.274
 
เมื่อมองดูในเรี่องของรายละเอียดทางเทคนิคแล้ว  Honda Jazz Hybrid  ถือเป็นรถที่เน้นในการออกตัวพอสมควร ทั้งแรงบิดที่จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ ที่ทั้งหมดยังถูกปรับส่งด้วยเกียร์แบบ  CVT  ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และมันก็เป็นแบบนั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้เมื่อรถคันนี้ให้ความประทับใจในการขับขี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งจากตัวเลขประหยัดที่ทำได้ราวๆ 20 ก.ม./ลิตร ในงวดก่อนหน้านี้ และครั้งนี้คืออีกบทพิสูจน์ของการใช้งานจริง
 งวดนี้คุณต้า หนุ่มฝ่ายประชาสัมพันธ์อารมณ์ดีของ  Honda  เริ่มต้นด้วยการจัดรถยนต์ Honda Jazz Hybrid  ที่จัดเต็มในความสดใสของตัวรถสไตล์รักษ์โลกสีเขียว ที่ เรารับกุญแจก่อนจัดแจงสิ่งต่างเพื่อให้เข้ากับตัวและเป็นอีกครั้งที่โบกมือลาที่สำนักงานใหญ่ฮอนด้า สู่เส้นทางการทดสอบงวดนี้คุณต้า หนุ่มฝ่ายประชาสัมพันธ์อารมณ์ดีของ  Honda  เริ่มต้นด้วยการจัดรถยนต์ Honda Jazz Hybrid  ที่จัดเต็มในความสดใสของตัวรถสไตล์รักษ์โลกสีเขียว ที่ เรารับกุญแจก่อนจัดแจงสิ่งต่างเพื่อให้เข้ากับตัวและเป็นอีกครั้งที่โบกมือลาที่สำนักงานใหญ่ฮอนด้า สู่เส้นทางการทดสอบ

                อย่างที่เราตั้งใจไว้ในงวดนี้เราจะขอตะลุยป่าด้วย Honda Jazz Hybrid  แต่ป่าที่ปาวๆ ถึงนี้ไม่ต้องขึ้นเขาลงห้วย แต่มันคือเมืองอันแสนสุขี กทม. นี่เอง ด้วยความคิดที่เรามองมานานในการหาคำตอบในการใช้งานจริง พลันนึกก็พลันสนุกไปว่า ด้วย ตัวเลขที่โชว์ในระหว่างการเปิดตัวที่ 21.3 ก.ม./ลิตร และตัวเลขจากต่างประเทศตามการทดสอบในโหมด 10-15  ที่ญี่ปุ่นให้ความประหยัดถึง 30 ก.ม./ลิตร เป็นสิ่งที่เชื้อเชิญเราให้ทำภารกิจที่ว่านี้ด้วยความอยากรู้ในสมรรถนะการใช้งานจริง ที่แค่คิดก็สนุกแล้ว             

                หลังเลี้ยวรถจากสำนักงานใหญ่ Honda  ออกมา บททดสอบก็เริ่มต้นขึ้น ด้วยการขับขี่ล่องไปตามหนึ่งในถนนที่มีรถติดที่สุดในกรุงเทพที่ชื่อ "สุขุมวิท" แนวรถไฟฟ้าที่ทอดตัวยาวทำให้ตระหนักถึงจำนวนคนที่มากมายในถนนแห่งนี้เช่นเดียวกับ รถที่วิ่งกันอย่างขวักไขว่แบบเร่งรีบตามฉบับย่านธุรกิจกลางเมือง

หลังขับมาพักใหญ่เราก็เริ่มชินกับเจ้าไฮบริดแล้วพอสมควร และต้องยอมรับว่าตัวรถนั้นมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างและทั้งหมดเป็นไปในทางที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับเซทน้ำหนัก ที่ถูกเพิ่มเข้ามาด้วยแบตเตอร์รี่ทำให้ อาการเบาหวิวที่ท้ายที่เป็นจุดอ่อนในรุ่นธรรมดา หายไปเป็นปลิดทิ้งจนแทบไม่น่าเชื่อ และมันส่งผลให้ช่วยล่างมีสมรรถนะที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาไปพร้อมกัน จนอยากจะฝากบอกฮอนด้าว่า นี่แหละที่อยากได้มานาน

                สิ่งที่รับรู้ได้นี้มาพร้อมกับเบรกที่มั่นใจแบบหนึบแน่น ด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น หลังไฟแดงเจ้ากรรมดันเปลี่ยนสัญญาณเร็วกว่าที่คิด และมันทำให้เราเบรกหน้าทิ่มแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อหยุดสนิทเครื่องยนต์ก็จัดการตัดการทำงานของเครื่องยนต์ ด้วยระบบ Idling stop  ที่มีมุ่งเน้นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ทว่าในทางกลับกันมันก็ ช่วยคุณลดการใช้น้ำมันไปด้วยในตัว

หลังขับมาพักใหญ่เราก็เริ่มชินกับเจ้าไฮบริดแล้วพอสมควร และต้องยอมรับว่าตัวรถนั้นมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างและทั้งหมดเป็นไปในทางที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับเซทน้ำหนัก ที่ถูกเพิ่มเข้ามาด้วยแบตเตอร์รี่ทำให้ อาการเบาหวิวที่ท้ายที่เป็นจุดอ่อนในรุ่นธรรมดา หายไปเป็นปลิดทิ้งจนแทบไม่น่าเชื่อ และมันส่งผลให้ช่วยล่างมีสมรรถนะที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาไปพร้อมกัน จนอยากจะฝากบอกฮอนด้าว่า นี่แหละที่อยากได้มานาน
 
ช่วงแรกที่ขับขี่ต้องยอมรับว่าระบบ Idling Stop ทำตัวให้หน้ารำคาญบ้าง ด้วยการดับเครื่องยนต์แทบจะทันทีที่คุณเผลอไปสะกิดแป้นเบรกเข้าให้ หลายครั้งเครื่องยนต์ดับชั่วขณะในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เช่นเวลาที่เรากำลังชะลอเพื่อเข้าจอด หรือจะชะลอให้คนข้ามถนน เป็นต้น ทำให้การขับขี่แรกๆต้องยอมรับว่า ค่อนข้างกังวล แต่เมื่อจับจังหวะได้ก็จะค้นพบว่าการควบคุมมันนั้นไม่ได้ยากอย่าที่คิดและ เมื่อเราชินก็สามารถลดความรำคาญไปได้หลายคนอาจจะสงสัยว่าการติดๆดับๆ เครื่องยนต์นั้นมีข้อดีหรือเสียมากกว่ากัน อันที่จริงในกรณีนี้ต้องยอมรับว่า มีประโยชน์มากกว่า ในเรื่องของการลดการใช้พลังงานโดยตรง  ส่วนที่มีหลายเสียงเคยตัดพ้อว่า การดับเครื่องยนต์บ่อยนั้นจะทำให้เครื่องยนต์พังเร็ว หรืออย่างน้อยที่สุดชุดไดสตาร์ทพังเร็ว แต่จากการถามวิศวกร ฮอนด้า ในงดก่อนหน้านี้บอกว่าเรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาเพราะเครื่องยนต์ของ  Honda Jazz Hybrid  ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการช่วยสตาร์ท พูดง่ายๆก็เหมือนกระตุกสตาร์ท สำหรับคนแบตเตอร์รี่หมดนั่นเอง จึงสามารถวางใจได้อย่างแน่นนอถึง  Idling Stop จะสร้างความปวดหัวมากแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่เท่ากับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าของรถหรือ  EV mode  ที่ถูกตั้งเอาไว้อย่างอัตโนมัติเมื่อสามารถทำตามเงื่อนไขได้ครบ และก่อนหน้าในการทดสอบกลุ่ม เราได้ทดลองมันและใช้งานได้ที่ความเร็ว 50 ก.ม./ช.ม.ในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น
หลายคนอาจจะสงสัยว่าการติดๆดับๆ เครื่องยนต์นั้นมีข้อดีหรือเสียมากกว่ากัน อันที่จริงในกรณีนี้ต้องยอมรับว่า มีประโยชน์มากกว่า ในเรื่องของการลดการใช้พลังงานโดยตรง  ส่วนที่มีหลายเสียงเคยตัดพ้อว่า การดับเครื่องยนต์บ่อยนั้นจะทำให้เครื่องยนต์พังเร็ว หรืออย่างน้อยที่สุดชุดไดสตาร์ทพังเร็ว แต่จากการถามวิศวกร ฮอนด้า ในงดก่อนหน้านี้บอกว่าเรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาเพราะเครื่องยนต์ของ  Honda Jazz Hybrid  ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการช่วยสตาร์ท พูดง่ายๆก็เหมือนกระตุกสตาร์ท สำหรับคนแบตเตอร์รี่หมดนั่นเอง จึงสามารถวางใจได้อย่างแน่นนอ
 
ในครั้งนี้เรากลับมาลองโหมดนี้ใหม่ ด้วยความหวังว่ามันจะทำให้เรากระจ่างมากขึ้นในเรื่องลักษณะ แต่แล้ว EV Mode ก็ยังทำให้เรายุ่งยากเหมือนเคยด้วย ความยากและต้องเดาใจก่อนที่มันทำงาน แต่แล้วหลังจากขับมาหลายวันก็ค้นพบว่าระบบจะเข้าสู่เงื่อนไขเองเมื่อใช้ความเร็ว 30-60 ก.ม./ช.ม. โดยประมาณ และ ใช้คันเร่งแบบผิวๆ เรียกว่ากดไปแค่ปลายเท้า และเมื่อมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนรถ เครื่องยนต์จะดับแต่ทุกครั้งสิ่งที่สังเกตคือมันไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้หากต้องการ และเมื่อมีสิ่งใดมาสะดุดความตั้งใจของคุณ มันก็ทำให้ระบบออกจากโหมดทันที ซึ่งจากความพยายามหลายต่อหลายครั้ง ที่ๆเหมาะสุดในการใช้โหมดนี้คือช่วงการขับขี่ในซอยและแค่เพียง 200 เมตร มันก็ยากเหลือกินแล้วที่จะทำให้มันเสถียร ซึ่งหากฝึกฝนบ่อยก็จะทำให้สามารถใช้งานได้ดีมากยิ่งขึ้น และแน่นอนทำให้เราประหยัดด้วย
ในครั้งนี้เรากลับมาลองโหมดนี้ใหม่ ด้วยความหวังว่ามันจะทำให้เรากระจ่างมากขึ้นในเรื่องลักษณะ แต่แล้ว EV Mode ก็ยังทำให้เรายุ่งยากเหมือนเคยด้วย ความยากและต้องเดาใจก่อนที่มันทำงาน แต่แล้วหลังจากขับมาหลายวันก็ค้นพบว่าระบบจะเข้าสู่เงื่อนไขเองเมื่อใช้ความเร็ว 30-60 ก.ม./ช.ม. โดยประมาณ และ ใช้คันเร่งแบบผิวๆ เรียกว่ากดไปแค่ปลายเท้า และเมื่อมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนรถ เครื่องยนต์จะดับแต่ทุกครั้งสิ่งที่สังเกตคือมันไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้หากต้องการ และเมื่อมีสิ่งใดมาสะดุดความตั้งใจของคุณ มันก็ทำให้ระบบออกจากโหมดทันที ซึ่งจากความพยายามหลายต่อหลายครั้ง ที่ๆเหมาะสุดในการใช้โหมดนี้คือช่วงการขับขี่ในซอยและแค่เพียง 200 เมตร มันก็ยากเหลือกินแล้วที่จะทำให้มันเสถียร ซึ่งหากฝึกฝนบ่อยก็จะทำให้สามารถใช้งานได้ดีมากยิ่งขึ้น และแน่นอนทำให้เราประหยัดด้วย
 
เราขับขี่ในเขตเมืองตลอดช่วงสัปดาห์ตะลุยหลายพื้นที่มากมาย ทั้ง สุขุมวิท สีลม ลาดพร้าว และอื่นๆอีกมาก จนจำไม่หวาดไม่ไหว แต่ทั้งหมดล้วนเป็นช่วงที่รถติดมหาโหดทั้งสิ้น ใครพูดว่าไงไม่รู้ แต่นี่คือบททดสอบในเมืองของจริง และท้ายที่สุด Honda Jazz Hybrid  ก็ทำให้เราประทับใจเมื่อเปิดถังดันน้ำมันคืนจากหัวจ่าย บวกลบคูณหารแล้ว ขับแบบ เปิดเพลงชิว ซิกแซกในเมือง จอดรถซื้อกับข้าวไปห้าง งานนี้สบายใจได้เพราะ ตัวเลข 15.3 ก.ม./ลิตร เป็นอัตราที่ไม่ไกลเกินความจริงมากนัก

                หลังจากจัดหนักในเขตเมืองไปแล้ว ด้วยนิสัยคนไทยรถคันเดียว Everything  เราจึงจับ  Honda Jazz Hybrid  วิ่งทางไกลออกทริปเล็กน้อย การขับขี่บนทางหลวงนี้ ช่วยให้เราสามารถสังเกตลักษณะระบบกันสะเทือนแล้ว มันก็สร้างความประทับใจ ด้วยความลงตัวที่ดีกว่ารุ่นธรรมดาอย่างชัดเจน ช่วงยืดและหดตัวทำได้เร็วเช่นเดียวกับการตอบสนองที่ว่องไว เน้นในอารมณ์ที่แน่นและไม่รู้สึกเบาหวิวแม้จะใช้ความเร็วสูงถึง 160 ก.ม./ช.ม. และมันทำให้วางใจได้แม้คุณจะนั่งแค่ 2 คนเท่านั้น

สิ่งที่โดดเด่นและแทบไม่ได้สังเกตเมื่อขับขี่ในเมืองก็คงไม่พ้นการกระจายน้ำหนักที่ลงตัวกว่า แบตเตอร์รี่พร้อมหน่วยประมวลผลที่ประจำการ ทำให้มีน้ำหนักทางด้านหลังมากขึ้น และมันทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในยามขับขี่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง จะสังเกตได้ว่าท้ายไม่กวาด เช่นเดียวกับการเบรกกะทันหันที่ตอบโจทย์ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นสิ่งที่โดดเด่นและแทบไม่ได้สังเกตเมื่อขับขี่ในเมืองก็คงไม่พ้นการกระจายน้ำหนักที่ลงตัวกว่า แบตเตอร์รี่พร้อมหน่วยประมวลผลที่ประจำการ ทำให้มีน้ำหนักทางด้านหลังมากขึ้น และมันทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในยามขับขี่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง จะสังเกตได้ว่าท้ายไม่กวาด เช่นเดียวกับการเบรกกะทันหันที่ตอบโจทย์ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

                ช่วงระหว่างทางเรามีโอกาสลองจับอัตราเร่ง 90-130 ก.ม./ช.ม. ดู และมันก็ชวนน่าทึ่งด้วยตัวเลข 10.25 วินาที และเมื่อลดความเร็วลงเหลือ 90 ก.ม./ช.ม. แล้วเหลียวมองหน้าปัดดูเราก็ต้องแปลกใจกับการใช้รอบเครื่องที่ 1900 รอบต่อนาที โดยประมาณ และที่ความเร็วเดินทาง 110 ก.ม./ช.ม. ใช้รอบเครื่องยนต์เพียง 2100 รอบต่อนาทีเท่านั้น ซึ่งไม่น่าแปลกใจเมื่อ Honda Jazz Hybrid  มาพร้อมชุดเกียร์  CVT  พร้อมอัตราทด 2.526 - 0.421 แล้วส่งลงเฟืองท้าย 5.274และท้ายสุดในทริปเล็กๆนี้ เราได้อัตราประหยัด 18.2 ก.ม./ลิตร อ้างอิงจากหน้าปัดของรถ ซึ่งใกล้เคียงกับผลของอัตราประหยัดที่ได้เคยทำการทดสอบมาแล้วในช่วงการขับขี่แบบกลุ่ม

                 Honda Jazz Hybrid จัดว่าเป็นอีกรถที่ลงตัวในเรื่องของการออกแบบ ฟังชั่นการใช้งาน เช่นเดียวกับความประหยัดจากความล้ำสมัย และด้วยราคาที่เคาะจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวที่ 768,000 บาท นี่คือรถไฮบริดที่สามารถมั่นใจได้ในเรื่องการใช้งานที่มีข้อดีมากมาย โดยเฉพาะในแง่ความประหยัด แต่ก็ต้องยอมรับว่าคุณต้องมาเรียนรู้ระบบต่างๆอีกพอสมควร

 
เรื่องและขับทดสอบ โดย ณัฐยศ ชูบรรจง ที่มา www.sanook.com

 




Test Drive

Mazda CX-5 XDL คุ้มค่าน่าลอง
New toyota Yaris 2013
New teana 2.5XV หนุ่มขึ้น คล่องแคล่ว
Mitsubishi Attrage สมราคา น่าใช้
Chevrolet Spin โดดเด่นเรื่องความอเนกประสงค์
Subaru XV หล่อล่ำ ขับสนุก article
New toyota vios 2013
BMW 320i Luxury Line สมรรถนะแรง ประหยัดน้ำมัน
All New Honda Accord
Suzuki Ertiga รถ Mini MPV แบบฉบับพ่อบ้านที่โดดเด่นเรื่องช่วงล่าง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล